⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 815/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดในการผ่อนผันเวลาการชำระหนี้ให้แก่ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินทุกครั้ง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อน ย่อมผูกพันผู้ค้ำประกันให้รับผิดในหนี้ที่เกิดจากการอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับที่ออกใหม่ซึ่งมีมูลหนี้มาจากตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับเดิมด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้เข้าอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัท ว. ออกให้แก่บริษัท ท. โดยจำเลยในฐานะผู้จัดการของบริษัท ว. ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ว่า หากโจทก์ได้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้ว จำเลยยอมชดใช้เงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ต่อมาเมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนด บริษัท ว. ขอยืดเวลาการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาต่อบริษัท ท. ผู้ทรงออกไปรวม 2 ครั้ง โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้ใหม่ทั้งสองครั้ง โจทก์ได้เข้าอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับนั้นตามคำขอร้อง ของ บริษัท ว. ครั้นตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับหลังสุดถึงกำหนด โจทก์ได้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นให้แก่บริษัท ท. ตามที่ได้รับการทวงถามดังนี้ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับที่ออกใหม่มีมูลหนี้มาจากตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก และตามหนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำไว้ต่อโจทก์มีใจความว่า จำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายไปในการที่โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัท ว. ในวงเงินที่กำหนดเท่านั้น หาได้ระบุวันออกตั๋วและวันถึงกำหนดใช้เงินไว้ไม่ อีกทั้งสัญญาค้ำประกันก็ระบุว่าหากโจทก์ผ่อนผันเวลาการชำระหนี้ให้แก่ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำเลยตกลงด้วยในการผ่อนผันเวลาทุกครั้ง โดยโจทก์ไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อน จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในการที่โจทก์เข้ารับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับหลังสุดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.700 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.938 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.982 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.985

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ขอให้โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งบริษัทดังกล่าวนำไปขายลดให้แก่บริษัทไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด จำเลยและผู้มีชื่อร่วมกันทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ว่า หากโจทก์ได้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้ว จำเลยยอมชดใช้เงินให้แก่โจทก์จนครบถ้วนทันที เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดบริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนลไม่สามารถชำระเงินได้ บริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ขอต่ออายุสัญญาตั๋วสัญญาใช้เงินไปอีก ๒ ครั้ง ต่อมาเมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับหลังสุดถึงกำหนดบริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ไม่ชำระเงิน โจทก์จึงได้ชำระเงินแทน จำเลยจึงมีหน้าที่ชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒,๒๕๙,๓๐๒.๐๓ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า การที่โจทก์เข้าอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินสองฉบับหลังจำเลยไม่ได้ร่วมรู้เห็นหรือตกลงด้วย เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกได้ระงับลงและถูกยกเลิกจึงไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๗ ที่จำเลยทำไว้ต่อโจทก์เพื่อค้ำประกันในการที่โจทก์เข้ารับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.๘ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้วความรับผิดของจำเลยย่อมสิ้นสุดลงนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.๘ ถึงกำหนด บริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ออกตั๋วได้ขอยืดเวลาการชำระหนี้ตามตั๋วนั้นต่อบริษัทไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด ผู้ทรงออกไปรวม๒ ครั้ง โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้ใหม่ตามเอกสารหมาย จ.๑๐และ จ.๑๒ ในการออกตั๋วสัญญาใช้เงินใหม่ทั้งสองครั้งดังกล่าวโจทก์ได้เข้าอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นตามคำขอร้องของบริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมายจ.๑๐, จ.๑๒ มีมูลหนี้มาจากตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.๘และตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๗ ข้อ ๑กับข้อ ๒ ที่จำเลยและนายศุภสิทธิ์ร่วมกันทำไว้กับโจทก์มีใจความว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายไปในการที่โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในวงเงิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น หาได้ระบุวันออกตั๋วและวันถึงกำหนดใช้เงินไว้ไม่ อีกทั้งข้อ ๔ หากโจทก์ผ่อนผันเวลาการชำระหนี้ให้แก่ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (บริษัทวิตไทยอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด) จำเลยและนายศุภสิทธิ์ตกลงด้วยในการผ่อนผันเวลาทุกครั้งโดยโจทก์ไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อน เช่นนี้ จำเลยจึงต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๗ ต่อโจทก์ในการที่โจทก์เข้ารับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.๑๒ โดยต้องชำระเงินที่โจทก์ได้จ่ายไปตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยซึ่งยังคงเหลืออยู่ตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2533 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทย จำกัด โจทก์ นายวิศิษฐ ตันสัจจา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทย จำกัด · จำเลย - นายวิศิษฐ ตันสัจจา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 3833/2552ฎีกา 312/2531ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 6237/2538ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1783/2551ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 306/2473ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535ฎีกา 8396/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา