⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 876/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับมรดกความและผู้จัดการมรดกของผู้ร้องสอดซึ่งมรณะในคดีที่ผู้ร้องสอดฟ้องจำเลย แม้ภายหลังศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาให้ผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินที่พิพาทกันในคดีนี้แล้วก็ตาม ก็หามีผลเปลี่ยนแปลงฐานะของผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงบริวารของจำเลยให้พ้นจากฐานะดังกล่าวไม่ เพราะผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความโดยตรงและประเด็นข้อพิพาทก็ต่างกันกับคดีนี้

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยขายฝากกับโจทก์ และศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีนี้มาแล้วว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย แม้ผู้ร้องจะเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้ร้องสอดซึ่งมรณะในคดีที่ผู้ร้องสอดฟ้องจำเลย และต่อมาศาลอุทธรณ์จะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าวให้ลงชื่อผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินที่พิพาทกันในคดีนี้ภายหลังศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีนี้แล้วก็ตาม ก็หามีผลเปลี่ยนแปลงฐานะในคดีของผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้รับมรดกความและผู้จัดการมรดกของผู้ร้องสอดผู้มรณะในคดีนั้นให้พ้นจากฐานะบริวารจำเลยในคดีนี้ไม่ เพราะผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความโดยตรงและประเด็นข้อพิพาทก็ต่างกันกับคดีนี้ จึงยังต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลยที่ไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมาแล้ว คำพิพากษาคดีนี้จึงบังคับถึงผู้ร้องด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเดิมศาลชั้นต้นขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๘๔๓ และ ๓๘๔๔ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ชั้นบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว แต่ผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารของจำเลยไม่ยอมออกไป ศาลชั้นต้นหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถาม ผู้ร้องอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย และที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๘๔๓, ๓๘๔๔ ตามฟ้องคดีนี้ นางอุรา คงคาเขตรผู้ร้องสอดได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๕๓๖๐/๒๕๒๒ และฟ้องทั้งโจทก์และจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๕๕๘๔/๒๕๒๕ คดีแรกอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ส่วนคดีหลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องมีฐานะเป็นบริวารของจำเลย จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องออกไปจากห้องพิพาทภายในกำหนด ๑ เดือน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีหมายเลขแดงที่ ๑๕๓๖๐/๒๕๒๒ นั้นศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า นางอุรา คงคาเขตร ผู้ร้องสอดมีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๘๔๓ และ ๓๘๔๔ และไม่เกี่ยวกับการขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดี จึงไม่ถูกผูกพันหรือถูกบังคับตามคำพิพากษาคดีนี้ ผู้ร้องในฐานะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องสอด และในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ร้องสอดผู้มรณะจึงไม่ผูกพันตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวด้วย ทั้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวก็ระบุชัดว่าผู้ร้องสอดมิใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ผู้ร้องสอดและผู้ร้องจึงมิใช่บริวารของจำเลยขอให้ศาลไต่สวนและสั่งเพิกถอนคำบังคับและหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ผู้ร้องเสียค่าทนายความชั้นอุทธรณ์๑,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีนี้มาแล้วว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย และแม้ผู้ร้องจะเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้ร้องสอดซึ่งมรณะในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในขณะนั้นดังที่ผู้ร้องอ้าาง ผู้ร้องก็มิได้เป็นคู่ความโดยตรง และประเด็นข้อพิพาทก็ต่างกันกับคดีนี้ แม้เมื่อศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังกล่าวในคดีนี้แล้ว ต่อมาภายหลังศาลอุทธรณ์จะได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๑๓/๒๕๒๙ (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๕๓๖๐/๒๕๒๒ ของศาลชั้นต้นตามที่ผู้ร้องอ้าง) ให้ลงชื่อโจทก์คือผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินที่พิพาทกันในคดีนี้ทั้งสองแปลงและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม ก็หามีผลเปลี่ยนแปลงในฐานะในคดีของผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้รับมรดกความ และผู้จัดการมรดกของผู้ร้องสอดผู้มรณะในคดีนั้นให้พ้นจากฐานะบริวารจำเลยในคดีนี้ไม่ จึงยังต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลยที่ไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมาแล้ว คำพิพากษาคดีนี้จึงบังคับถึงผู้ร้องด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๑) พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2533 พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โจทก์ นางอุรา คงคาเขตร ผู้ร้องสอด นายพิสิฐ คงคาเขตร ผู้ร้อง นายพิเศษ คงคาเขตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ · ผู้ร้องสอด - นางอุรา คงคาเขตร · ผู้ร้อง - นายพิสิฐ คงคาเขตร · จำเลย - นายพิเศษ คงคาเขตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวิช อนันตรสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา