⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1200/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2534

ป.พ.พ. ม.582

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับระยะเวลาการบอกกล่าวเลิกจ้างหรือการจ่ายเงินทดแทนล่วงหน้า มีผลผูกพันตามที่ตกลงกันไว้ แม้จะแตกต่างจากที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า เงินค่าพาหนะที่โจทก์ได้รับมีจำนวนไม่แน่นอนและจำเลยจ่ายให้ตามจำนวนที่ขอเบิก แต่ไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามพยานหลักฐานการจ่ายเงินค่าพาหนะประกอบคำเบิกความของพยานจำเลย เห็นได้ว่าค่าพาหนะที่โจทก์ได้รับมีจำนวนแน่นอนและจำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นประจำจึงเป็นค่าตอบแทนการทำงานนั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียง ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมา ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ป.พ.พ. มาตรา 582 มิใช่กฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่กรณีย่อมตกลงกันนอกเหนือจากที่บทกฎหมายมาตราดังกล่าวกำหนดไว้ได้ เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันไว้ว่าระยะเวลาการบอกกล่าวเลิกจ้างหรือการจ่ายเงินทดแทนล่วงหน้ามีกำหนดเวลา 1 เดือน โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กำหนดในข้อตกลงคือเท่ากับ 1 เดือน จะเรียกร้องเอาตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 582 ไม่ได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนแล้วฟังว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากและไม่สะดวกแก่ผู้โดยสารทำให้ผู้โดยสารได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้บริษัทจำเลยเสียหายและเสียชื่อเสียง โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์นั้น เป็นการโต้เถียง ดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ำจเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ทำผิดแต่อย่างใด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานและชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยออกใบสำคัญรับรองการทำงานแก่โจทก์ให้ดจำเลยจ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าจ้างที่ค้าง และค่าทำงานในวันหยุด พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวแต่ละจำนวน โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ประการแรกเรื่องเงินค่าพาหนะว่า ตามพยานหลักฐานการจ่ายเงินในส่วนนี้ประกอบกับคำเบิกความของพยานจำเลยนั้นเห็นได้ว่าค่าพาหนะที่โจทก์ได้รับมีจำนวนแน่นอนและจำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นประจำจึงเป็นค่าตอบแทนการทำงาน พิเคราะห์แล้วศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าเงินค่าพาหนะที่โจทก์ได้รับมีจำนวนไม่แน่นอน และจำเลยจ่ายให้ตามจำนวนที่ขอเบิกแต่ไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์อุทธรณ์ในข้อต่อมาว่า โจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน 21 วัน า่ตามที่กฎหมายกำหนด เห็นว่าในเรื่องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 นั้นมิใช่กฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่กรณีจึงตกลงกันนอกเหนือจากที่บทกฎหมายในมาตรานี้กำหนดไว้ได้ ในเมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันไว้ในเอกสารหมาย ล.4 ว่า ระยะเวลาการบอกกล่าวเลิกจ้างหรือการจ่ายเงินทดแทนล่วงหน้ามีกำหนดเวลา 1 เดือน โจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กำหนดในข้อตกลงคือเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน จะเรียกร้องเอาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ในประการสุดท้ายในเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมว่าเมื่อพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุ มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหานี้โดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ เห็นว่า ในปัญหานี้ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนแล้วฟังว่า โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ก่อความยุ่งยากและไม่สะดวกแก่ผู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารได้รับความเสียหายเป็นเหตุให้บริษัทจำเลยเสียหายและเสียชื่อเสียงไม่ได้วินิจฉัยโดยไม่มีถ้อยคำสำนวน อุทธรณ์ของโจทก์ตามที่กล่าวจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2534 นาง เรณู คะเชสนันท์ โจทก์ บริษัท แอร์ลัง กา จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เรณู คะเชสนันท์ · จำเลย - บริษัท แอร์ลัง กา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3116/2529ฎีกา 3817/2537ฎีกา 7174/2542ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6877/2544ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 654/2536ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2378/2564ฎีกา 8631/2550ฎีกา 8770/2548ฎีกา 584/2536ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 1328/2529ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3820/2528ฎีกา 691/2534ฎีกา 3365/2533ฎีกา 1106-1107/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ