⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1675/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2534

ป.วิ.แพ่ง ม.145

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์มรดกไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ ให้ประมูลขายระหว่างทายาทหรือขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้แบ่งทรัพย์มรดกย่อมผูกพันทายาทให้ต้องปฏิบัติตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้แบ่งทรัพย์มรดกที่พิพาทถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลขายระหว่างทายาทหรือขายทอดตลาด เอาเงินแบ่งกันตามส่วน คำพิพากษาของศาลฎีกาย่อมผูกพันโจทก์ เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกที่พิพาท ไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ ดังนี้กรณีต้องบังคับคดีต่อไปตาม คำพิพากษาศาลฎีกานั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางลมุน มนูรัตน์โอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1172 แขวงจักรวรรดิ์ เฉพาะส่วนของนางลมุน มนูรัตน์ กลับคืนเข้าในกองมรดกแล้วแบ่งทรัพย์สินมรดกของนายสวัสดิ์ มนูรัตน์ ซึ่งมีทรัพย์ 2 ใน 3 ส่วนของกองมรดกทั้งหมดให้แก่นางพเยาว์ กัลยาณมิตร ได้ 1 ใน 4 ส่วนที่เหลือเป็นของทายาทอื่นตามส่วนที่ได้รับ โดยให้ผู้ร้องสอดทั้งสามได้รับมรดกส่วนของนายสวัสดิ์ บิดาคนละ 1 ใน 4 ส่วนของมรดกบิดาทั้งหมด และได้รับทรัพย์มรดกส่วนของนางพูนสุขมารดาคนละ 1 ใน 4 ส่วนของมรดกมารดาทั้งหมด ถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ ให้ประมูลขายระหว่างทายาทหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน คำขออื่นนอกจากที่กล่าวนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นางลมุน มนูรัตน์ มีสิทธิได้รับมรดกของนายสวัสดิ์ มนูรัตน์ ด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เอาทรัพย์มรดกของนายสวัสดิ์ มนูรัตน์ มาแบ่งออกเป็น 6 ส่วน โดยให้นางพูนสุข มนูรัตน์ ได้ 1 ส่วนอีก 4 ส่วน ให้แก่บุตรคนละ 1 ส่วนเท่า ๆ กัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์คดีนี้ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน นางลมุน มนูรัตน์ ในฐานะผู้จัดการมรดกนางพูนสุข มนูรัตน์และผู้ร้องสอดที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ 1172 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง แขวงจักรวรรดิ์ แล้วนำเงินมาแบ่งแก่ทายาทตามคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์แถลงว่ายังไม่ควรขายทรัพย์สินที่ดินและตึกแถวตามที่ผู้ร้องสอดทั้งสองและจำเลยร้องขอต่อศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีทั้งสองสำนวนยังมิได้มีการปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา จึงให้ออกคำบังคับให้จำเลยและผู้จัดการมรดกปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายใน 2 เดือนนับแต่วันทราบคำสั่งศาล โจทก์อุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นในการออกคำบังคับดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า โจทก์เป็นคู่ความในคดีเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขายทรัพย์ที่พิพาทหากตกลงแบ่งกันไม่ได้ คำพิพากษาของศาลฎีกาย่อมผูกพันโจทก์และข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ จึงเป็นกรณีต้องมีการบังคับคดีทั้งข้ออ้างของโจทก์ก็หาใช่เหตุตามกฎหมายที่จะให้งดการออกคำบังคับแต่อย่างใดไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองให้ออกคำบังคับเพื่อปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2534 นาย พเยาว์ กัล ยา ณ มิตร โจทก์ นาง ลมุน ภู่เรือหงษ์หรือมนูรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พเยาว์ กัล ยา ณ มิตร · จำเลย - นาง ลมุน ภู่เรือหงษ์หรือมนูรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 13566/2558ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 8747/2558ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 958/2552ฎีกา 4817/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ