⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1839/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1839/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คผู้รับโอนเช็คย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คได้โดยเด็ดขาด และผู้สั่งจ่ายเช็คจะยกข้อต่อสู้ที่อาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะตัวระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นยันผู้ทรงคนใหม่ไม่ได้ เว้นแต่การโอนเช็คนั้นจะกระทำโดยคบคิดกันฉ้อฉล

ย่อคำพิพากษา

เช็คพิพาทเป็นเช็คผู้ถือ โจทก์รับเช็คมาย่อมเป็นผู้ทรง มีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดตามเช็คได้ จำเลยไม่อาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยให้การเพียงว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้ ส.โดยไม่มีมูลหนี้ แต่เป็นการค้ำประกันในการที่จำเลยจัดตั้งบริษัทขึ้นคำให้การดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกล่าวถึงความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทกับ ส.ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ทรงเช็คพิพาทว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 และที่จำเลยให้การว่าจำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้แก่ ส.ไปแล้ว แต่ด้วยอุบายและชั้นเชิงของ ส.จึงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ คำให้การก็ไม่ชัดแจ้งว่ามีการคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไร การที่ ส.ฝ่ายเดียวใช้อุบายและชั้นเชิงให้โจทก์ฟ้องจำเลยดังกล่าวไม่เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยจะยกขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ และที่จำเลยให้การว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็มิได้บรรยายให้ชัดว่า โจทก์ไม่สุจริตอย่างไร คำให้การจำเลยไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาท คดีย่อมวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.182 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.905 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาราษฎร์บูรณะซึ่งจำเลยสั่งจ่ายเงินจำนวน ๕๔,๒๐๐ บาท ชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่นายสมชาย จงชนะเดชวงศ์ โดยไม่มีมูลหนี้ แต่ออกให้เพื่อเป็นการค้ำประกันในการที่จำเลยได้จัดตั้งบริษัทโกเนวี่ จำกัด และต่อสู้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้นายสมชายไปแล้ว แต่ด้วยอุบายและชั้นเชิงของนายสมชายจึงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้แสดงว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไมุ่สจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ ๕๔,๒๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้จากคำฟ้องและคำให้การจำเลยว่าจำเลยได้ออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน ๕๔,๒๐๐ บาทจริง และเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ โจทก์เป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาจึงเป็นผู้ถือย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๐๔ มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามเช็คได้ จำเลยถูกฟ้องในมูลหนี้ตามตั๋วเงินคือเช็คพิพาทไม่อาจต่อสู้ผู้ทรงคือโจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๖ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ ตามคำให้การของจำเลยให้การเพียงว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้นายสมชาย จงชนะเดชวงศ์ โดยไม่มีมูลหนี้ แต่เป็นการค้ำประกันในการที่จำเลยจัดตั้งบริษัทขึ้น คำให้การดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกล่าวถึงความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทกับนายสมชายซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน ฉะนั้น จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ทรงเช็คพิพาทว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้ ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งมาตรา๙๑๖ ดังกล่าว ที่จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้แก่นายสมชายไปแล้ว๒๐,๐๐๐ บาท แต่ด้วยอุบายและชั้นเชิงของนายสมชายจึงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้นั้นจำเลยไม่ได้ให้การชัดแจ้งว่ามีการโอนเช็คพิพาทและคบคิดฉ้อฉลกันอย่างไร และเห็นว่าในเบื้องต้นต้องถือว่าโจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕ การที่นายสมชายฝ่ายเดียวใช้อุบายและชั้นเชิงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ก็ไม่เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยจะยกขึ้นใช้ยันกับโจทก์ได้ตามมาตรา ๙๐๕ และมาตรา ๙๑๖ ที่จำเลยให้การว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็มิได้บรรยายให้ชัดว่า โจทก์ไม่สุจริตอย่างไร คำให้การจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ย่อมไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี จึงไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลยและคดีวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้ว การที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยจึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามมาตรา ๙๐๐ เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ตามมาตรา ๙๑๔ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1839/2534 นายศักดิ์สิทธิ์ วรกิจรุ่งโรจน์ โจทก์ พันจ่าเอกอาธรณ์หรืออานนท์ มากมูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศักดิ์สิทธิ์ วรกิจรุ่งโรจน์ · จำเลย - พันจ่าเอกอาธรณ์หรืออานนท์ มากมูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย ตันติกุลานันท์ · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายชัยนาท พันตาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวิช อนันตรสุชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1195/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2902/2557ฎีกา 18343/2556ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 3329/2550ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา