⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1843/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง * ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะคดีโดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดนั้นไม่ได้ แต่ต้องเห็นว่าข้ออ้างของคู่ความที่มาศาลมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย * หากศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยเป็นการจงใจและไม่มีเหตุสมควร ศาลอาจไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ และจำเลยมีสิทธิเพียงสาบานตนให้การเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงเท่ากับมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนที่ดินนั้นได้ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องต่อศาลให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีให้ตนเป็นฝ่ายชนะโดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดไม่มาศาลนั้นไม่ได้ แต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะคดีต่อเมื่อเห็นว่าข้ออ้างของคู่ความเช่นว่านั้นมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย เมื่อศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดโดยพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ว่ามีน้ำหนักให้รับฟังแล้วเช่นนี้ ย่อมไม่ขัดต่อกฎหมาย เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยเป็นการจงใจและไม่มีเหตุสมควรจึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยอาจสาบานตนให้การเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์ได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิอ้างทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมาสืบ การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานนั้นชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 199 วรรคสองแล้ว โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินมี ส.ค.1 คนหนึ่งย่อมมีอำนาจฟ้องผู้ที่มารบกวนหรือแย่งที่ดินนั้นได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1359 แม้มาตรา 1359 จะอยู่ในหมวดกรรมสิทธิ์รวมก็ตาม ย่อมนำมาใช้บังคับในหมวดว่าด้วยการครอบครองได้ เพราะมีลักษณะเป็นเจ้าของรวมเหมือนกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินมี ส.ค.๑ จำนวน ๒ แปลง ของโจทก์กับผู้อื่นไปจากโจทก์มีกำหนด ๑ ปี ค่าเช่าปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออกไปจากที่เช่าและไม่ชำระค่าเช่า โจทก์บอกกล่าวแล้วจำเลยเพิกเฉย โจทก์เสียหายเพราะถ้าให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ดินให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ๑๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดิน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ คดีอยู่ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า การขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจและไม่มีเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ดินพิพาททั้งสองแปลง ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างให้โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่ดินไปจากโจทก์ซึ่งมีผู้อื่นเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมกัน จำเลยเช่ามานานแล้ว ครั้งสุดท้ายได้ทำสัญญาเช่าลงวันที่ ๒๗พฤษภาคม ๒๕๒๙ ครบกำหนดแล้วไม่ชำระค่าเช่า โจทก์มีหนังสือทวงถามและให้จำเลยออกไปจากที่เช่า จำเลยเพิกเฉย โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่ไม่ขาดนัดพิจารณา จำเลยขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วไม่อนุญาต ในชั้นสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยมีสิทธิที่จะถามค้านพยานโจทก์และสาบานตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิที่จะอ้างพยานหลักฐานอื่น จึงไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลย ที่จำเลยฎีกาว่าการที่จำเลยถามค้านว่าจำเลยไม่มีเจตนาเช่าที่ดินโจทก์ เป็นการต่อสู้กรรมสิทธิ์และแปลความหมายของสัญญาแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เท่ากับจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนที่ดินนั้นได้ ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นถูกต้องแล้วจำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ซึ่งยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วว่าจำเลยจงใจขาดนัดและไม่มีเหตุอันสมควร ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อ ต้องฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และศาลกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์มากไป เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและเชื่อตามที่โจทก์อ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าปัญหาดังกล่าวล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น และการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในกรณีนี้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องต่อศาลให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีให้ตนเป็นฝ่ายชนะ โดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดไม่มาศาลนั้นหาได้ไม่แต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะต่อเมื่อศาลเห็นว่า ข้ออ้างของคู่ความเช่นว่านั้นมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย เมื่อศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดโดยพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ว่ามีน้ำหนักให้รับฟังแล้วเช่นนี้ ย่อมไม่ขัดต่อกฎหมายดังที่จำเลยฎีกาข้อที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยเป็นการจงใจและไม่มีเหตุสมควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยอาจสาบานตนให้การเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์ได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิอ้างทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมาสืบ การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานนั้นชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๙๙ วรรคสองแล้ว ฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยว่าโจทก์คนเดียวไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยโดยเจ้าของรวมคนอื่นไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องนั้น เห็นว่าโจทก์กับพวกร่วมกันยึดถือที่ดินเพื่อตนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งย่อมมีอำนาจฟ้องผู้ที่มารบกวนหรือแย่งที่ดินนั้นได้ ตามประมวล-กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ แม้มาตรา ๑๓๕๙ จะอยู่ในหมวดกรรมสิทธิ์รวมก็ตามย่อมนำมาใช้บังคับในหมวดว่าด้วยการครอบครองได้ เพราะมีลักษณะเป็นเจ้าของรวมเหมือนกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2534 นายทองหล่อ จันตะเคียน โจทก์ นายสุเทพ จันตะเคียน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองหล่อ จันตะเคียน · จำเลย - นายสุเทพ จันตะเคียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเดชา หงส์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล สระฏัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2746/2544ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 1993/2556ฎีกา 2505/2524ฎีกา 6172/2544ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4410/2528ฎีกา 2563/2543ฎีกา 1913/2520ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 6072/2538ฎีกา 185/2566ฎีกา 932/2523ฎีกา 5894/2541ฎีกา 6057/2541ฎีกา 1459/2539ฎีกา 7040/2543ฎีกา 4473/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา