⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3255/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3255/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการธนาคารที่กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจจนทำให้ธนาคารเสียหาย ต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำนั้น เว้นแต่ธนาคารจะให้สัตยาบัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ปล่อยให้จำเลยที่ 1 กู้โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันกู้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการขัดต่อระเบียบวิธีปฏิบัติของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันในการกระทำของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 จำเลยที่ 4ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 ในการเข้าทำงานกับโจทก์ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.812 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าของโจทก์มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการธนาคารโจทก์สาขาท่าเรือ และจำเลยที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 ในการเข้าทำงานกับโจทก์ โจทก์มีคำสั่งให้ผู้จัดการสาขามีอำนาจให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยให้กู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีได้ในวงเงินไม่เกิน50,000 บาท เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2526 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 เบิกเงินเกินบัญชีไปเกินขอบอำนาจหลายครั้งครั้นครบกำหนดชำระเงินจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้แก่โจทก์ตามสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันและแทนกันชำระเงิน 593,788.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า โจทก์ทราบเรื่องที่จำเลยที่ 3ให้จำเลยที่ 1 กู้เบิกเงินเกินบัญชีทุกครั้ง แต่โจทก์ไม่ได้ทักท้วงหรือโต้แย้งการกระทำของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 และที่ 4รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจโดยปล่อยให้จำเลยที่ 1 กู้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการขัดต่อระเบียบวิธีปฏิบัติของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันในการกระทำของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 และ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3255/2534 ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด โจทก์ นาย สุวิทย์ ตันตะวิริยะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด · จำเลย - นาย สุวิทย์ ตันตะวิริยะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 707/2507ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1721/2529ฎีกา 5470/2537ฎีกา 3803/2565ฎีกา 3616/2558ฎีกา 225/2530ฎีกา 8136-8139/2542ฎีกา 1611/2512ฎีกา 122/2521ฎีกา 946/2509ฎีกา 6258/2550ฎีกา 397/2554ฎีกา 2026/2494ฎีกา 782/2516ฎีกา 2489/2528ฎีกา 4595/2533ฎีกา 1130/2544ฎีกา 525/2517ฎีกา 3541/2566ฎีกา 312/2534ฎีกา 2117-2124/2528ฎีกา 6023/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา