⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3281/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3281/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิกถอนชื่อจำเลยออก.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลวินิจฉัยว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์ แต่ศาลไม่อาจพิพากษาเพิ่มชื่อของโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ร่วมกับจำเลยได้นั้น ทำให้คำวินิจฉัยของศาลไร้ผล และขัดกับคำพิพากษาถือเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจแก้ให้ถูกต้องได้ โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และใส่ชื่อโจทก์แทน เมื่อฟังว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์และจำเลยร่วมกันศาลก็มีอำนาจตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142(2) พิพากษาให้ใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นเจ้าของร่วมได้ โดยไม่ต้องเพิกถอนชื่อจำเลยออก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามจำเลยกับบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป และเพิกถอนชื่อจำเลยออกจาก น.ส.3ก.เลขที่ 2866 ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี แล้วใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทน จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย หากศาลฟังว่าที่พิพาทเป็นมรดกจำเลยก็ย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของนายบัวตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและนางเหล็กมารดาจำเลยโดยมรดก เมื่อนางเหล็กถึงแก่กรรมที่ดินส่วนของนางเหล็กก็ตกได้แก่จำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาท โดยไม่ได้แบ่งกันเป็นส่วนสัดการที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทกับเสียภาษีบำรุงท้องที่ก็เป็นการกระทำแทนโจทก์ทั้งสอง จำเลยไม่มีสิทธินำที่พิพาทไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นชื่อของจำเลยคนเดียวทั้งหมด เมื่อที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและจำเลยมีสิทธิครอบครองร่วมกัน จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาท และเมื่อโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ก็เป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการทางเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อเพิ่มชื่อของตนในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ร่วมกับจำเลย จะให้ศาลเพิ่มชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยเพิกถอนชื่อจำเลยออกไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้นายสมพร จิตเฉลียว เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมกันโดยทางมรดก พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า นายบัว นางออนมีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ นายตา จิตเฉลียวนายโส จิตเฉลียว นางเหล็ก จิตเฉลียว มารดาจำเลย นายสีทา จิตเฉลียวนางถาง จิตเฉลียว โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 บุตรคนอื่นดังกล่าวถึงแก่กรรมแล้ว คงเหลือแต่โจทก์ทั้งสอง นายบัวเป็นคนแจ้งการครอบครองที่พิพาทปรากฏตาม ส.ค.1 เอกสารหมาย จ.1 และจำเลยเป็นคนขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นชื่อของจำเลยปรากฏตาม น.ส.3ก.เอกสารหมาย ล.32 จำเลยกับสามีทำนาในที่พิพาทตลอดมา นายบัวถึงแก่กรรมเมื่อประมาณปี 2502 คดีมีประเด็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมกันโดยทางมรดก หรือเป็นของจำเลยผู้เดียว...คดีฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและจำเลยโดยทางมรดก คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ในประเด็นนี้ฟังขึ้น และศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอีกประเด็นหนึ่งที่ว่าเมื่อคดีฟังได้ดังกล่าวมาก็ไม่อาจบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาท แต่ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ว่า เมื่อโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทก็เป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการทางเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อเพิ่มชื่อของตนในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ร่วมกับจำเลย จะให้ศาลเพิ่มชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยเพิกถอนชื่อจำเลยออกไม่ได้จึงพิพากษายกฟ้อง ซึ่งทำให้คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไร้ผล การที่วินิจฉัยเป็นคุณแก่โจทก์ แต่ไม่พิพากษาให้เป็นไปตามนั้น ถือว่าคำวินิจฉัยและคำพิพากษาขัดกันย่อมเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้เสียให้ถูกต้องได้ กรณีตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในข้อสุดท้ายดังกล่าวมามีบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) ว่า"ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้" คดีนี้โจทก์ทั้งสองขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง และเพิกถอนชื่อจำเลยออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทน เมื่อคดีฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมกันโดยทางมรดก ศาลก็มีอำนาจพิพากษาใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองในหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยได้ โดยไม่ต้องเพิกถอนชื่อจำเลยออก" พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองและจำเลยโดยทางมรดก ให้จำเลยใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองในหนังสือรับรองการทำประโยชน์น.ส.3ก. เลขที่ 2866 ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3281/2534 นาย เ คน จิต เฉลียว กับพวก โจทก์ นาง รา ตรี มุ่งหมาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เ คน จิต เฉลียว กับพวก · จำเลย - นาง รา ตรี มุ่งหมาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ