⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 33/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ให้ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิด หากพยานหลักฐานของโจทก์ยังเป็นที่สงสัย ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นแก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญา โจทก์ต้องนำสืบให้ปราศจากความสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิด เมื่อคดีมีปัญหาว่าถ้อยคำที่จำเลยให้การต่อเจ้าพนักงานว่า บ. เป็นบุตรของ ค. นั้นเป็นเท็จหรือไม่ โดยโจทก์มี พ.เท่านั้นที่เบิกความว่า บ.ที่จำเลยพามาให้ดูไม่ใช่บุตรของ ค.กับว. พยานโจทก์นอกจากนี้ก็มีแต่คำให้การที่เจ้าพนักงานบันทึกไว้ มิได้นำพยานบุคคลมาสืบประกอบ จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานดังกล่าวได้พยานโจทก์จึงยังเป็นที่สงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267 ลงโทษตามมาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกสูง หมู่ที่ 3ตำบลเย้ยปราสาท อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยกับนางลำพอง บึงลอย และนายบุญสุข สินสุพรรณได้พากันไปที่ว่าการอำเภอหนองกี่ แล้วนางลำพองยื่นคำร้องขอแจ้งการเกิดเกินกำหนดเวลาให้กับนายบุญสุขต่อเจ้าพนักงานปกครองว่า นายบุญสุขเป็นบุตรนายคูณ นางวนให้เพิ่มชื่อนายบุญสุข ลงในทะเบียนบ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 3ตำบลเย้ยปราสาท อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ และจำเลยในฐานะผู้ใหญ่บ้านได้ให้คำรับรองคำร้องของนางลำพองว่าเป็นความจริง ในที่สุดนายอำเภอหนองกี่เชื่อว่าคำร้องขอของนางลำพองเป็นความจริงได้อนุมัติให้เพิ่มชื่อได้และออกใบสูติบัตรกับออกบัตรประจำตัวประชาชนให้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ถ้อยคำที่จำเลยให้ต่อเจ้าพนักงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนอำเภอหนองกี่ว่านายบุญสุขเป็นบุตรของนายคูณนั้นเป็นความเท็จหรือไม่ พยานโจทก์มีนายคำพา บุบผาเท่านั้นที่เบิกความว่า นายบุญสุขที่จำเลยพามาให้พยานดูไม่ใช่บุตรนายคูณ นางวน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีอาญา โจทก์ต้องนำสืบให้ปราศจากความสงสัยว่าจำเลยกระทำผิด พยานโจทก์นอกจากนี้ก็มีแต่คำให้การที่เจ้าพนักงานบันทึกไว้ มิได้นำพยานบุคคลมาสืบประกอบ จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานดังกล่าวได้ ซึ่งตามพฤติการณ์ของคดีเป็นหน้าที่โจทก์ในการกระนำพยานที่ให้ถ้อยคำไว้มาเบิกความต่อศาล สำหรับสำเนาคำให้การของผู้ต้องหาที่โจทก์แนบมาท้ายฎีกานั้น โจทก์มิได้ดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความให้ถูกต้องจึงไม่รับฟังสำหรับพยานจำเลยนั้น นอกจากจำเลยและนายบุญสุขจะเบิกความยืนยันว่าเป็นบุตรของนายคูณตามที่ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานแล้ว ยังได้ความจากนายประกอบ บุญสิงห์พยานโจทก์ว่าจากการสอบสวนเชื่อว่านายบุญสุขเป็นคนไทย และพยานดังกล่าวได้สอบสวนนางสุจิตรา โพนยะพันธ์ เจ้าหน้าที่เกษตรและนายประทิน รุ่งเจริญ ครูสอนอยู่โรงเรียนบ้านหนองตาดำอำเภอหนองกี่ ซึ่งเป็นข้าราชการสัญญาบัตรผู้รับรองก็ยืนยันว่านายบุญสุขเกิดที่บ้านโคกสูง ตำบลเย้ยปราสาท นอกจากนี้นายบุญทิศ ดวยจันทร์ นายอำเภอหนองกี่ พยานโจทก์ก็มิได้ยืนยันว่านายบุญสุขมิใช่คนไทย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1เห็นว่าพยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย และพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ โจทก์ นาย จำรัส สิน สุพรร ณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ · จำเลย - นาย จำรัส สิน สุพรร ณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญสิน ตุลากัน · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ