⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4214/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2534

ป.พ.พ. ม.1465, 1477, 1482 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 172, 249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สามีภรรยาจะฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาต่อกันไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายให้อำนาจไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยยังเป็นสามีภรรยากันอยู่และไม่ปรากฏว่าได้ทำสัญญากันไว้ในเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาของโจทก์จำเลยในเรื่องทรัพย์สินนั้นก็ต้องบังคับตามป.พ.พ. บรรพ 5 หมวด 4 ว่าด้วยทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา และโจทก์จำเลยซึ่งเป็นสามีภรรยากัน จะฟ้องร้องกันด้วยเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้นกรณีตามคำฟ้องโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ขอแบ่งเงินค่าขายที่ดินสินสมรสจากจำเลยกึ่งหนึ่งซึ่งเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ฟ้องแบ่งได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์น่าจะมีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ก็มีอำนาจจัดการสินสมรส ตาม ป.พ.พ. มาตรา 7 และเป็นกรณีตามมาตรา 1484เป็นการอ้างข้อเท็จจริง นอกคำฟ้องของโจทก์ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสตามมาตรา 1484.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1465 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1477 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1484 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1487

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1465 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์และจำเลยขายที่ดินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน 9 แปลง จำเลยรับเงินจากผู้ซื้อมาแล้ว 4,680,412 บาท และผู้ซื้อชำระเป็นตั๋วเงินที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย (แคชเชียร์เช็ค) อีก 927,600 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยส่งมอบเงินให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง เพื่อโจทก์จะได้นำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น กับส่งเสียเลี้ยงดูบุตรของโจทก์และจำเลยตามสมควรและเรียกร้องให้จำเลยนำตั๋วเงินไปเรียกเก็บเงินเพื่อประโยชน์ของโจทก์และจำเลย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบเงิน2,340,206 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย กับส่งมอบตั๋วเงินแก่โจทก์เพื่อนำไปเรียกเก็บเงินภายใน 6 เดือน นับแต่วันสั่งจ่าย และโจทก์หรือจำเลยสามารถถอนเงินได้ไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามหรือในกรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่อาจบังคับได้ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 463,800 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์อ้างว่าจำเลยได้รับนั้น โจทก์แบ่งไปบางส่วนแล้วที่เหลือโจทก์ตกลงจะไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วนตั๋วเงินโจทก์ยกให้จำเลยเพื่อชดใช้ที่โจทก์นำที่ดินสินสมรสแปลงอื่นไปขาย และโจทก์จำเลยมิได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย โจทก์จะฟ้องขอแบ่งสินสมรสจากจำเลยหาได้ไม่ ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์จำเลยยังเป็นสามีภรรยากันอยู่และไม่ปรากฏว่าได้ทำสัญญากันไว้ในเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาของโจทก์จำเลยในเรื่องทรัพย์สินนั้นก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หมวด 4 ว่าด้วยทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาและโจทก์จำเลยซึ่งเป็นสามีภรรยากันจะฟ้องร้องกันด้วยเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้เท่านั้นกรณีตามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ขอแบ่งเงินค่าขายที่ดินสินสมรสจากจำเลยกึ่งหนึ่งซึ่งเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ฟ้องแบ่งได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ที่โจทก์อ้างว่าโจทก์น่าจะมีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ก็มีอำนาจจัดการสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1477 และอ้างว่า โจทก์ไม่อาจจัดการใด ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สินสมรสต่อไปได้ เพราะไม่มีทรัพย์สินจากการขายสินสมรสไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายที่โจทก์ได้สินสมรสมา การกระทำของจำเลยเป็นการถ่วงความเจริญงอกงามที่จะเกิดแก่สินสมรสของโจทก์จำเลยนั้น เป็นการฎีกาอ้างข้อเท็จจริงนอกคำฟ้องของโจทก์เอง เพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1484แต่อย่างใด...". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2534 นาย ภิรมย์ พูลสวัสดิ์ โจทก์ นาง พุทธชาด พูลสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ภิรมย์ พูลสวัสดิ์ · จำเลย - นาง พุทธชาด พูลสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ