⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5266/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5266/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวน * นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำในทางการที่จ้าง * ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดแทนผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไปร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ช. จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนของห้างดังกล่าวในลักษณะหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ซึ่งต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1025เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างฯ ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างฯ ห้างฯ และจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดแทนห้างฯ และจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยจำเลยทั้งสามจึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสื่อมราคารถแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ารถยนต์โจทก์เสื่อมราคาจากการเกิดเหตุ กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาจึงชี้ขาดให้มีผลถึงจำเลยที่ 1ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1025

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 ผู้ครอบครอง ในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลี้ยวขวาขวางถนนตัดหน้ารถยนต์เก๋งซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของและผู้ขับ ทำให้รถทั้งสองคันชนกันรถโจทก์ได้รับความเสียหายเสียค่าซ่อม 28,490 บาท และค่าเสื่อมราคา 4,500 บาท จำเลยที่ 3เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์โดยสารคันที่จำเลยที่ 1 ขับ จะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 32,490 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุและไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ ค่าซ่อมไม่เกิน5,000 บาท เมื่อซ่อมแล้วสภาพดีกว่าเดิมไม่เสื่อมราคา ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 และให้การต่อไปว่าผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดทั้งสัญญาประกันภัยมิได้ระบุให้ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดในค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินของบุคคลภายนอกด้วย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 28,490บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 31,490 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 เลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ของโจทก์โดยประมาทรถยนต์ของโจทก์จึงชนรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 ขับ รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 ขับมาร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยว และจำเลยที่ 2 กับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยวเอาประกันภัยรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไว้กับจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุแล่นรับคนโดยสารให้แก่ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยว พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อแรกว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไปร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยว จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนของห้างดังกล่าวในลักษณะหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ซึ่งต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025 เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างฯ ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างฯ ห้างฯและจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ด้วยส่วนจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดแทนห้างฯ และจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อสองว่า รถยนต์โจทก์ไม่เสื่อมราคา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่ารถยนต์โจทก์ไม่ได้เสื่อมราคาจากการเกิดเหตุ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าซ่อมรถเป็นเงิน 28,490 บาทเท่านั้น และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าเป็นกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้จึงให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 28,490 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5266/2534 นาย ทน ง กลั่นเรือง แสง โจทก์ นาย บุญ ตรง ไหล นา นา นุกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ทน ง กลั่นเรือง แสง · จำเลย - นาย บุญ ตรง ไหล นา นา นุกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 3131/2543ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 425/2520ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 361/2539ฎีกา 4192/2536ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 2738/2554ฎีกา 1660/2518ฎีกา 352/2554ฎีกา 801/2521ฎีกา 3912/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา