⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5828/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5828/2534

ป.พ.พ. ม.850, 852, 1299 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 138, 145 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมที่กำหนดให้เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับยึดทรัพย์ที่จำนองได้หากลูกหนี้ผิดนัด จะต้องมีการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ตามที่ตกลงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความก่อน จึงจะดำเนินการบังคับคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้และบังคับจำนอง จำเลยไม่ชำระหนี้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำนองเพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินร้องขัดทรัพย์และต่อมาโจทก์กับผู้ร้องได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอม โดยผู้ร้องยอมชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับยึดทรัพย์ที่จำนองในคดีนี้ได้ ต่อมาผู้ร้องผิดสัญญา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินที่จำนองซึ่งยึดไว้ในคดีเดิม โดยโจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ตามที่ตกลงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด ค้ำประกันและบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำเลยทั้งสามไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 20 และโฉนดเลขที่ 194 ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ โจทก์และผู้ร้องทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลพิพากษาตามยอมโดยผู้ร้องยอมชำระเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยหากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองในคดีนี้ออกขายทอดตลาด ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ดังกล่าว เอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลงขอให้มีคำสั่งยกเลิกการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏในสำนวนคดีนี้ว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 20 และโฉนดเลขที่ 194 แล้วผู้ร้องร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นของผู้ร้องได้มาจากการเช่าซื้อจากจำเลยที่ 2 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 142/2514 ของศาลชั้นต้นซึ่งผู้ร้องได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว ต่อมาโจทก์และผู้ร้องทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมให้ผู้ร้องชำระเงินให้โจทก์จำนวน 412,141.02 บาท พร้อมดอกเบี้ยกำหนดชำระเงินทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2524 หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองในคดีนี้และทรัพย์อื่น ๆของผู้ร้องออกขายทอดตลาด โจทก์ยอมตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์และผู้ร้องได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล จึงเป็นสัญญาที่ใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญานั้นว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 ดังนั้น โจทก์และผู้ร้องจึงต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว เมื่อผู้ร้องผิดสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้วโจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ดังที่ตกลงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความมาบังคับคดีได้ แต่ในสำนวนคดีไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ขอและศาลได้ออกหมายบังคับคดีแต่อย่างใดการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ตามคำสั่งศาลที่ยึดไว้ในคดีเดิม ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ตกลงกันไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถือไม่ได้ว่าเป็นการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ถือได้ว่าเป็นการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์โดยมิได้ออกหมายบังคับคดีจึงเป็นการมิชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้เอง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องต่อไป" พิพากษากลับ ให้ยกเลิกเพิกถอนการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้กระทำไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5828/2534 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์ นาย แก้ว สี หมัณฑ์ ผู้ร้อง นาย สง่า วัชราภรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · ผู้ร้อง - นาย แก้ว สี หมัณฑ์ · จำเลย - นาย สง่า วัชราภรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 795/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 2573/2552ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ