⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 816/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินทุนเลี้ยงชีพที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงานตามระเบียบของนายจ้าง ไม่ถือเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน.

ย่อคำพิพากษา

เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสาม (บำนาญ) ที่จำเลยจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงานนั้นเป็นไปตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ 67 ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสินข้อ 3(3)ซึ่งมีหลักเกณฑ์ และการคิดคำนวณแตกต่างไปจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าชดเชย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง เมื่อไม่จ่าย จำเลยย่อมผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโดยไม่ต้องทวงถาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างของจำเลยทำงานติดต่อกันมาเกินกว่า 3 ปี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2533 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเพราะเหตุเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามสำนวนให้การต่อสู้คดี จำเลยได้จ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสาม (บำนาญ) ให้โจทก์ทั้งสามตามระเบียบฉบับที่ 67 ซึ่งมีลักษณะการจ่ายเช่นเดียวกับค่าชดเชย จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสาม และโจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสาม(บำนาญ) ที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์ทั้งสามนั้นเป็นไปตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 67 ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสิน ข้อ 3(3) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณไว้ตามข้อ 12 ของระเบียบฉบับเดียวกันว่า ผู้มีเวลาทำงานไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี ให้ตั้งเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาทำงาน หารด้วยห้าสิบ หากมีเวลาทำงานไม่ถึงยี่สิบห้าปี ให้ตั้งเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาทำงานหารด้วยห้าสิบห้า ดังนี้เป็นต้น ซึ่งเห็นได้ว่า มีหลักเกณฑ์และการคิดคำนวณแตกต่างไปจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 จึงถือไม่ได้ว่าเป็นค่าชดเชย จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสาม ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งสามไม่เคยทวงถามให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย จำเลยจึงมิได้ผิดนัดที่จะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ย เห็นว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง เมื่อไม่จ่ายจำเลยย่อมผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโดยไม่ต้องทวงถาม จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสาม..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2534 นางสาว ปัญจะ จามรมาน กับพวก โจทก์ ธนาคารออมสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ปัญจะ จามรมาน กับพวก · จำเลย - ธนาคารออมสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 106/2536ฎีกา 3496/2526ฎีกา 10588/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 613/2529ฎีกา 806/2518ฎีกา 7635/2543ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2013/2531ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 1909/2538ฎีกา 3145/2545ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1776/2541ฎีกา 1816/2511ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2372/2524ฎีกา 390/2506ฎีกา 1664/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ