คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยทราบวันนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลในวันชี้สองสถานและนัดพร้อมเพื่อสอบข้อเท็จจริง จำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้ เพราะมิใช่กรณีที่จำเลยขาดนัดพิจารณาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ในวันนัดชี้สองสถานและนัดพร้อมเพื่อสอบข้อเท็จจริง โจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตามคำฟ้องและคำให้การคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย และพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ดังนี้ หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้เพราะมิใช่กรณีที่จำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยาน และศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาซึ่งจำเลยจะขอพิจารณาใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คสองฉบับซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อเช็คถึงกำหนดจ่ายเงิน โจทก์ได้นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแล้ว แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างเหตุว่า"บัญชีปิดแล้ว" ขอบังคับให้จำเลยใช้เงิน 523,704 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์สมคบกับผู้มีชื่อฉ้อฉลจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดชี้สองสถานและนัดพร้อมเพื่อสอบข้อเท็จจริงทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำฟ้องและคำให้การ คดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย และพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 499,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าในวันนัดชี้สองสถานทนายจำเลยติดธุระสำคัญมาศาลไม่ได้ และไม่ทราบว่าศาลจะสอบถามข้อเท็จจริงบางอย่างจากจำเลย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีมิใช่การขาดนัดพิจารณาและศาลมิได้สั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีเหตุจะขอพิจารณาใหม่ ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่จำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาล ในวันสืบพยานซึ่งถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่นัดชี้สองสถานและนัดพร้อมเพื่อสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ยังมิได้นัดสืบพยานของคู่ความฝ่ายใดกรณีจึงมิใช่เรื่องจำเลยขาดนัดพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดชี้สองสถานและงดสืบพยานของคู่ความแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีหากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 หาได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2534
นาย สุคนธ์ ศิริดำรงศ์ศักดิ์ โจทก์
นาย วิชัย หรือ เลียกเฮง แซ่เล้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สุคนธ์ ศิริดำรงศ์ศักดิ์ · จำเลย - นาย วิชัย หรือ เลียกเฮง แซ่เล้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสภณ จันเทรมะ · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา