⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3408/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลต้องมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว การที่ศาลมิได้ปฏิบัติตามนี้ ถือเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ แม้จะมิได้โต้แย้งไว้ก่อนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ ทั้งที่จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 ดังนั้นการที่ศาลมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อไป และมีคำพิพากษาคดีนี้มา จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณา และปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้โต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในเรื่องนี้ไว้ จำเลยก็มีสิทธิยกปัญหานี้ขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คจำนวน ๒ ฉบับซึ่งได้รับชำระหนี้จากนายเทียนชัย มีจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์สมคบกับนายเทียนชัยโดยไม่สุจริตคบคิดฉ้อโกงจำเลย รับโอนเช็คพิพาทโดยรู้อยู่ว่าเป็นเช็คไม่มีมูลหนี้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ครั้งถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ฝ่ายโจทก์มาศาลแต่ฝ่ายจำเลยไม่มา โจทก์แถลงขอสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งนัดสืบพยานโจทก์พร้อมกับนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในนัดต่อไป โดยให้หมายนัดแจ้งให้จำเลยทราบวันนัดเมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ฝ่ายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ ๑ ปาก โจทก์แถลงติดใจสืบพยานเพียงเท่านี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จสำนวนและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยว่าเมื่อจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบทั้งที่จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๒ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อไปและมีคำพิพากษาคดีนี้มา จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณา และปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้โต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้ไว้ จำเลยก็มีสิทธิยกปัญหานี้ขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาและนัดสืบพยานจำเลยและโจทก์คดีนี้แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2526 นายเจริญ ตั้งในธรรม โจทก์ นายจารุวัฒน์ มหาสุคนธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ ตั้งในธรรม · จำเลย - นายจารุวัฒน์ มหาสุคนธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 2181/2519ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 1645/2549ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1592/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา