⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1405/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1405/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้าน ย่อมหมายถึงการฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่ดินที่ปลูกบ้านนั้นด้วย และหากบ้านเป็นของจำเลย ศาลย่อมสั่งให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์เพื่อให้จำเลยและลูกอยู่อาศัย ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้ จำเลยอยู่ต่อไปจึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากบ้านพิพาทแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยออกจากบ้านพิพาท การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากบ้านพิพาท ย่อมหมายถึงฟ้องขับไล่ให้จำเลยออกไปจากที่ดินที่ปลูกบ้านพิพาทนั้นด้วย ดังนั้น เมื่อฟังได้ว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลย ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินของโจทก์ได้ ไม่เป็นการเกินคำขอหรือนอกฟ้องนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 85 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์เป็นเวลา 2 ปีแล้ว เพื่อให้จำเลยและลูกอยู่อาศัยโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่ต่อมาจำเลยประพฤติตัวไม่ดีโจทก์จึงไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไป โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากบ้านของโจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่าเดือนละ 400 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไป จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นภริยานายสาคร มีโพธิ์ ซึ่งเป็นน้องชายนางบุญส่ง มีโพธิ์ ภริยาของโจทก์ เดิมจำเลยและสามีครอบครองบ้านเลขที่ 113 เมื่อสามีถึงแก่ความตายจำเลยได้รับเงินประกันชีวิต 140,000 บาท แล้วมอบให้โจทก์เพื่อปลูกบ้านพิพาทตามที่โจทก์ชักชวน โจทก์จึงรื้อบ้านเลขที่ 113 และปลูกบ้านพิพาทแทนเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 120,000 บาท ซึ่งจำเลยและลูกได้อยู่อาศัยตลอดมาเป็นเวลา 2 ปี แล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเช่าจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรื้อบ้านพิพาทและออกไปจากที่ดินโจทก์ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บ้านพิพาทปลูกสร้างด้วยเงิน 140,000 บาท ที่จำเลยมอบให้โจทก์เพื่อให้โจทก์ปลูกสร้างบ้านพิพาทให้จำเลย บ้านพิพาทจึงเป็นของจำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหานี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ต่อไปจะได้วินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่าศาลจะพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านพิพาทออกไปจากที่ดินโจทก์ที่บ้านพิพาทปลูกสร้างอยู่ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ เพื่อให้จำเลยและลูกอยู่อาศัยต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไปจึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากบ้านพิพาทแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากบ้านพิพาทดังกล่าวย่อมหมายถึงฟ้องขับไล่ให้จำเลยออกไปจากที่ดินที่ปลูกบ้านพิพาทนั้นด้วย ดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินของโจทก์จึงหาเป็นการเกินคำขอหรือนอกฟ้องนอกประเด็นไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1405/2535 นาย เลี่ยม มี โพธิ์ โจทก์ นาง สาลี่ มี โพธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เลี่ยม มี โพธิ์ · จำเลย - นาง สาลี่ มี โพธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต พรายภู่ · ตัน เวทไว · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา