⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1492/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในประเด็นสำคัญ ถือเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นมาแล้ว แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อ แต่หากข้อต่อสู้ที่ยกขึ้นมานั้นเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องวินิจฉัย ก็ไม่ถือเป็นข้อที่นอกเหนือจากที่คู่ความได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การแต่เพียงว่าโจทก์ทั้งสามจะเป็นบิดามารดาผู้ปกครองเด็กทั้งสามที่บาดเจ็บหรือไม่ ไม่รับรอง และจำเลยที่ 2 มิได้ประมาท ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อที่ว่าโจทก์จะต้องนำสืบให้ชัดแจ้งว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยนั้น จึงเป็นฎีกานอกประเด็นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชาย ท. เด็กชาย ภ.และเด็กชาย ป.ตามลำดับ จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 3มิถุนายน 2529 จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 โดยประมาทเลินเล่อชนเด็กชาย ท. เด็กชายภ. และเด็กชาย ป. ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสามคน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 223,930บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ทั้งสามจะเป็นบิดามารดาผู้ปกครองเด็กชาย ท. เด็กชาย ภ. และเด็กชาย ป. หรือไม่ ไม่รับรองจำเลยที่ 2 มิได้ประมาท หากจำเลยที่ 2 มีความผิด จำเลยที่ 1ก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 ไม่เกิน 5,000 บาทโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ไม่เกินคนละ 1,500 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 44,695 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 39,750 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน 43,485 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินแต่ละจำนวนนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์จะต้องนำสืบให้ชัดแจ้งว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การแต่เพียงว่าโจทก์ทั้งสามจะเป็นบิดามารดาผู้ปกครองเด็กทั้งสามที่บาดเจ็บหรือไม่ไม่รับรอง และจำเลยที่ 2 มิได้ประมาท หากแต่เด็กทั้งสามคนเดินล้ำเข้ามาในช่องทางเดินรถกีดขวางการจราจรในขณะฉุกเฉินสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะหลบหลีกหรือหยุดรถได้ทัน ดังนั้น คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีประเด็นพิพาทว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงเป็นฎีกานอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2535 เด็ก ชาย ทรง ศักดิ์ น้อยมา โดยนางปราณี มณู มารดา โจทก์ ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก โจทก์ กรมทางหลวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็ก ชาย ทรง ศักดิ์ น้อยมา โดยนางปราณี มณู มารดา · โจทก์ - ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก · จำเลย - กรมทางหลวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา