⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1662/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษจำเลยน้อยกว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ยังคงลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,86 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 341,86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน แม้เป็นการแก้ไขมากแต่จำคุกไม่เกิน 2 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 91พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 165,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343, 86 ให้จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน165,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 86 ให้จำคุก2 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า การหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไป จำเลยเพียงแต่ชวนผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือนแม้เป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โจทก์ฎีกาว่า จากคำเบิกความของพยานโจทก์ ก่อนที่จำเลยจะไปชักชวนผู้เสียหายทั้งสามนั้น จำเลยได้ไปพบกำนันตำบลกวนวันแล้วบอกว่าจำเลยจะรับคนไปทำงานที่ไต้หวัน ถ้าใครสนใจให้ไปติดต่อจำเลยด้วยตนเอง และจำเลยได้ไปชักชวนนายวิเชียร อิฐถารัตน์ผู้เสียหายคนหนึ่งว่าใครอยากไปทำงานที่ไต้หวันจำเลยสามารถช่วยได้และมีผู้ถูกหลอกไปทำงานจากจังหวัดอื่นรวม 50 คน แม้จำเลยไปติดต่อกับผู้เสียหายทั้งสามด้วยตนเองก็เป็นภายหลังจากจำเลยบอกแก่กำนันตำบลกวนวันและผู้เสียหายคนหนึ่งให้บอกต่อแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปแล้วว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศได้ซึ่งเป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปแล้วฎีกาของโจทก์เท่ากับโต้เถียงว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยมิได้ประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปไม่ถูกต้อง จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2535 อัยการ หนองคาย โจทก์ นาย อังคาร ศ รี สวาท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ หนองคาย · จำเลย - นาย อังคาร ศ รี สวาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2360/2539ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 218/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1211/2536ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 191/2520ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา