คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จะอ้างว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามกฎหมายได้นั้น ต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ตามกฎหมาย และต้องไม่ถูกโต้แย้งสิทธิโดยทางราชการ.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่โจทก์ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินมาแสดง อีกทั้งทางราชการก็ยังโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทของโจทก์อยู่พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอรับฟังว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามกฎหมาย จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินซึ่งตั้งอยู่ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ42 ไร่เศษ จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ โดยปลูกโรงเรือน ปักเสารั้วเป็นเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เพื่อถือการครอบครองบางส่วนและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 ให้จำเลยรื้อถอนพร้อมทั้งขนย้ายเสารั้วและโรงเรือนออกไปจากที่ดินโจทก์
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) ลงโทษปรับ 3,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อแรกจำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องศาลฎีกาเห็นว่าหากที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุจริง ที่ดินพิพาทก็เป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 มาตรา 5บัญญัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดังนั้น แม้โจทก์จะครอบครองที่ดินพิพาทมานานเพียงใดโจทก์ก็ไม่ได้สิทธิในที่ดินพิพาทตามกฎหมาย ทั้งยังอาจถูกฟ้องร้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 อีกด้วยโดยนัยดังกล่าวโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ปัญหาข้อนี้ปรากฏว่า ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องซึ่งแสดงอาณาเขตที่ดินที่ของโจทก์นั้นอยู่ในเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุที่เจ้าพนักงานของรัฐได้จัดทำไว้ตามเอกสารหมาย ล.1 ที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์เคยยื่นคำขอให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินของโจทก์ ก็ได้ความว่าเจ้าพนักงานของรัฐคัดค้านว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินซึ่งกรมทรัพยากรธรณีให้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งความข้อนี้ก็ปรากฏว่าโจทก์ได้ขอถอนเรื่องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเสียโดยไม่ได้ดำเนินการอย่างไรต่อไป เห็นว่า ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท โจทก์ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินมาแสดง ทางราชการก็ยังโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทของโจทก์อยู่ พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอรับฟังว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามกฎหมายจึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยอันจะก่อให้เกิดอำนาจฟ้องร้องจำเลยในข้อหาบุกรุก และเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วฎีกาของจำเลยข้อต่อไปจึงไม่จำต้องวินิจฉัย..."
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2535
นาย ทัศนัย ปัจฉิ ม โจทก์
นาย สวง เลิศศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ทัศนัย ปัจฉิ ม · จำเลย - นาย สวง เลิศศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ