คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่พยานโจทก์และพยานจำเลยเบิกความแตกต่างกันในรายละเอียดเกี่ยวกับคำด่าและพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายใช้ขวดตีจำเลยนั้น หากข้อแตกต่างนั้นไม่กระทบถึงสาระสำคัญแห่งการกระทำความผิดและข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยให้ชัดแจ้งว่าฝ่ายใดเบิกความตรงกับความจริง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยและพยานจำเลยคือ ว.ภรรยาจำเลยร. น้องภรรยาจำเลยและ ด. ต่างเบิกความขัดแย้งกันในเรื่องของคำด่า และพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายใช้ขวดตีจำเลยอันเป็นสาระสำคัญตามข้ออ้างของจำเลยโดยจำเลยเบิกความว่าผู้เสียหายด่า ว่า "เย็ดแม่หมาเย็ดแม่"แล้วเดิน เข้ามาคว้าขวดสุราบนโต๊ะ ตีจำเลย ว.และด. เบิกความทำนองเดียวกันว่า ผู้เสียหายด่า "เย็ดแม่มึงหมาไม่มีเขี้ยว"พร้อมกับคว้าขวดโซดาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตีจำเลยร. เบิกความว่าผู้เสียหายด่า "เย็ดแม่หมาเย็ดแม่หมาคาบลูกไปแดก" จำเลยเดิน เข้าไปหาผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลบเข้าไปหยิบขวดโซดา ข้างโต๊ะ ตีจำเลยกรณีจึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายด่า จำเลย และใช้ขวดจะตีทำร้ายจำเลยก่อน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงนายสุชาติ แสนเฉยผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุก 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ควจำคุก 6 ปี 8 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายสุชาติ แสนเฉย ผู้เสียหายถูกบริเวณหน้าอกแขนซ้ายและแขนขาโดยเจตนาฆ่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ผู้เสียหายด่าจำเลยและใช้ขวดจะตีทำร้ายจำเลยก่อนจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้เสียหายเพราะบันดาลโทสะหรือไม่ ในข้อนี้โจทก์นำสืบว่า วันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายจะไปอาบน้ำพบจำเลยนั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน จำเลยมีอาการเมาลุกขึ้นมาจับแขนผู้เสียหายพร้อมกับพูดขอปรับความเข้าใจ ผู้เสียหายขอให้พูดกันวันอื่น จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้เสียหาย ส่วนจำเลยมีตัวจำเลยเบิกความว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยมาที่บ้านเกิดเหตุพบนายอินทโชตินั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ถุนบ้าน จำเลยนจึงนั่งคุยกับนายอินทโชติผู้เสียหายเดินลงจากบ้านผ่านโต๊ะที่จำเลยนั่ง ผู้เสียหายด่าเย็ดแม่ หมาเย็ดแม่แล้วเดินเข้ามาคว้าขวดสุราบนโต๊ะตีจำเลยหลายครั้ง นางวัชรีศรีพรหมวิเศษภรรยาจำเลย และนายดำรงค์ ชุมพร เบิกความทำนองเดียวกันว่าผู้เสียหายด่าเย็ดแม่ มึงหมาไม่มีเขี้ยว พร้อมกับคว้าขวดโซดาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะจะตีจำเลย นายรณชัย ช่วยสุ่น น้องภรรยาจำเบลยเบิกความว่าผู้เสียหายด่า เย็ดแม่ หมาเย็ดแม่ หมาคาบลูกไปแดก จำเลยเดินเข้าไปหาผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลบเข้าไปหยิบขวดโซดาข้างโต๊ะตีจำเลย เห็นว่า พยานจำเลยดังกล่าวเบิกความขัดแย้งกันในเรื่องคำด่าและการใช้ขวดตีอันเป็นสาระสำคัญตามข้ออ้างของจำเลย จึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายด่าจำเลยและใช้ขวดจะตีทำร้ายจำเลยก่อนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2535
พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี โจทก์
นาย ธีรพงศ์ พรหม วิเศษ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย ธีรพงศ์ พรหม วิเศษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ราเชนทร์ จัมปาสุต · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · มงคล สระฏัน |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ