คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิขอรับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาจำนวนกึ่งหนึ่งได้ แม้จะมิได้ขอไว้ในคำขอท้ายฟ้องและศาลมิได้พิพากษาให้จ่ายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติ ญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 49 เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระตามคำพิพากษาจำนวนกึ่งหนึ่งเพื่อบรรเทาความเสียหายและให้ถือเป็นการชดใช้ในทางแพ่งส่วนหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นบทบัญญัติพิเศษซึ่งไม่เกี่ยวกับคำฟ้องในคดีอาญา และไม่มีกฎหมายใดบังคับให้โจทก์ต้องระบุขอเงินค่าปรับดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้องคดีอาญาโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิขอรับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งได้ แม้จะมิได้ขอไว้ในคำขอท้ายฟ้องและศาลมิได้พิพากษาให้จ่ายก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าละเมิดลิขสิทธิ์ในบทเพลง "โสภาณีที่รัก" ของโจทก์ ด้วยการนำไปลงพิมพ์ในหนังสือเพลงของจำเลยทั้งสองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ศาลพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 45 วันและปรับคนละ 15,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด1 ปี
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินค่าปรับจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 49
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้มีคำขอมาในฟ้อง และศาลมิได้พิพากษาให้จ่าย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จะขอรับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่ง โดยโจทก์มิได้ขอไว้ในคำขอท้ายฟ้อง และศาลมิได้พิพากษาให้จ่ายได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 49 บัญญัติว่า "ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาให้จ่ายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับแล้วนั้น" เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระตามคำพิพากษาจำนวนกึ่งหนึ่งเพื่อบรรเทาความเสียหายและให้ถือเป็นการชดใช้ค่าเสียหายในทางแพ่งส่วนหนึ่งถือได้ว่าเป็นบทบัญญัติพิเศษซึ่งไม่เกี่ยวกับคำฟ้องในคดีอาญา และไม่มีกฎหมายใดบังคับให้โจทก์ต้องระบุขอเงินค่าปรับดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้องคดีอาญาแต่อย่างใด ฉะนั้น โจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จึงมีสิทธิขอรับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งได้แม้จะมิได้ขอไว้ในคำขอท้ายฟ้องและศาลมิได้พิพากษาให้จ่ายก็ตามที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับเป็นว่า ให้จ่ายเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งแก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 49
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2535
นาย ดำริ ห์ รินทรวงศ์หรือริน วงศ์ โจทก์
นาง รำ ไพพรรณ กอวัฒ นา ที่ 1 จำเลย
นาย วา ริน รุ่งจตุรภัทร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ดำริ ห์ รินทรวงศ์หรือริน วงศ์ · จำเลย - นาง รำ ไพพรรณ กอวัฒ นา ที่ 1 · จำเลย - นาย วา ริน รุ่งจตุรภัทร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ยงยุทธ ธารีสาร · สังเวียน รัตนมุง |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา