⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3115/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3115/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จะขายได้ดำเนินการเพื่อไถ่ถอนจำนองแล้ว แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจากมีข้อโต้แย้งกับผู้รับจำนองอยู่ ย่อมฟังไม่ได้ว่าผู้จะขายจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายอันจะถือเป็นการผิดสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อตกลงว่าเมื่อทางธนาคารให้ไถ่ถอนวันใด ผู้จะขาย (จำเลย) จะไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้จะซื้อ (โจทก์) ในวันเดียวกัน หมายถึงการที่ธนาคารยอมให้ไถ่ถอนจำนองในจำนวนหนี้ที่ถูกต้องด้วย เมื่อปรากฏว่าจำนวนหนี้ที่ธนาคารยอมให้จำเลยชำระเพื่อไถ่ถอนจำนองยังมีข้อพิพาทโต้เถียงเป็นคดีความกันอยู่ ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นจำนวนหนี้ที่ถูกต้องหรือไม่จะถือว่าธนาคารยอมให้ไถ่ถอนจำนองแล้วหาได้ไม่ การที่จำเลยได้ดำเนินการเพื่อไถ่ถอนจำนองที่พิพาทแล้ว แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจากมีข้อโต้แย้งกับธนาคารผู้รับจำนองอยู่เช่นนี้ ย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต่อโจทก์อันจะถือเป็นการผิดสัญญา โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.461 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2530 จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 10555 ตำบลนาดี (บางปิ้ง) อำเภอเมืองสมุทรสาครจังหวัดสมุทรสาคร ของจำเลยให้แก่โจทก์ในราคา 1,320,000 บาทโจทก์วางเงินมัดจำ 50,000 บาท ให้แก่จำเลยในวันนั้น มีข้อสัญญาว่าเมื่อธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสมุทรสาคร ผู้รับจำนองที่ดินดังกล่าวให้ไถ่ถอนจำนองวันใด จำเลยจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ในวันนั้น ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2530 ธนาคารกรุงไทย จำกัดสาขาสมุทรสาคร ได้ตกลงตามที่จำเลยขอไถ่ถอนจำนองโดยให้ไถ่ถอนจำนองในวงเงิน 805,000 บาท แต่จำเลยหาได้ไปไถ่ถอนจำนองไม่โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาหลายครั้ง แต่จำเลยก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 10555 จากธนาคาร แล้วโอนให้แก่โจทก์และรับชำระราคาที่เหลือ 1,270,000 บาท จากโจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยจำนองที่พิพาทแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัดสาขาสมุทรสาคร เป็นเงิน 390,000 บาท เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2530จำเลยได้ฟ้องธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสมุทรสาคร ขอไถ่ถอนจำนองที่พิพาทในวงเงิน 390,000 บาท ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 569/2530 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเนื่องจากจำเลยกำลังดำเนินการใช้สิทธิไถ่ถอนจำนองอยู่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรับชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือเป็นเงิน 1,270,000 บาท จากโจทก์แล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 10555 แก่โจทก์โดยปลอดจำนอง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2521 จำเลยจำนองที่พิพาทแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสมุทรสาคร เพื่อเป็นประกันหนี้ของนายทองพูล ปลั่งศิริ ในวงเงิน 390,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่21 เมษายน 2530 จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา1,320,000 บาท ปรากฏตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมายจ.1 จำเลยได้ฟ้องธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสมุทรสาคร ขอไถ่ถอนจำนองที่พิพาทในจำนวนเงิน 390,000 บาท คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงยังมิได้ไถ่ถอนจำนองและมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนองและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ ในกรณีดังกล่าวถือว่าจำเลยผิดสัญญาแล้วหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ขอชำระหนี้ให้แก่ธนาคารกรุงไทยจำกัด สาขาสมุทรสาคร เพื่อไถ่ถอนจำนองที่พิพาทจากธนาคารดังกล่าวแล้วแม้ว่าจำเลยจะได้ฟ้องธนาคารเพื่อไถ่ถอนจำนองเป็นเงินเพียง 390,000บาท ซึ่งเท่ากับวงเงินจำนองเท่านั้น และการจำนองที่พิพาทนี้เป็นประกันหนี้รวมถึงดอกเบี้ยด้วยก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นว่าหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระแก่ธนาคารมีจำนวนที่ถูกต้องเท่าใดที่นายประเสริฐ ลีวานันท์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกฎหมายธนาคารกรุงไทย จำกัด เบิกความว่า จำเลยเป็นหนี้จำนอง875,000 บาท นั้น เป็นคำเบิกความลอย ๆ ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าหนี้จำนวนนี้เป็นหนี้อะไร ต้นเงินเท่าใด ดอกเบี้ยเท่าใด อัตราดอกเบี้ยเท่าใดคิดคำนวณถูกต้องหรือไม่อย่างไร ทั้งจำเลยก็โต้เถียงว่าธนาคารคิดคำนวณจำนวนหนี้ไม่ถูกต้อง และได้ความว่าจำเลยจำนองที่พิพาทเพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นไม่แน่ว่าจำเลยทราบรายละเอียดแห่งหนี้ถูกต้องหรือไม่ จะฟังว่าจำเลยฟ้องธนาคารขอให้รับชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่พิพาทต่ำกว่าหนี้ที่มีอยู่จริงโดยเจตนาไม่ให้ไถ่ถอนจำนองได้สำเร็จเสียทีเดียวหาได้ไม่ ส่วนกรณีที่ต่อมาจำเลยยื่นข้อเสนอต่อธนาคารขอชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองเพิ่มเป็นเงินจำนวน600,000 บาท แต่ธนาคารอนุมัติให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองได้เป็นเงิน 805,000 บาท นั้นก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่จะฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยเป็นหนี้จำนองถึง 600,000 บาท หรือ 800,000 บาทเศษ เพราะอาจเป็นการขอประนีประนอมเพื่อให้มีการไถ่ถอนจำนองเสร็จสิ้นไปอันอาจถือได้ว่าจำเลยพยายามไถ่ถอนจำนองที่พิพาทให้สำเร็จเพื่อจะได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ต่อไปตามสัญญาก็ได้ และข้อความตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2 ว่า เมื่อทางธนาคารกรุงไทยให้ไถ่ถอนวันใด ผู้จะขายจะไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้จะซื้อในวันเดียวกัน นั้น ย่อมหมายถึงการที่ธนาคารยอมให้ไถ่ถอนจำนองในจำนวนหนี้ที่ถูกต้องด้วย เมื่อปรากฏว่าจำนวนหนี้ที่ธนาคารยอมให้จำเลยชำระเพื่อไถ่ถอนจำนองยังมีข้อพิพาทโต้เถียงเป็นคดีความกันอยู่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นจำนวนหนี้ที่ถูกต้องหรือไม่ จะถือว่าธนาคารยอมให้ไถ่ถอนจำนองแล้วหาได้ไม่ การที่จำเลยได้ดำเนินการเพื่อไถ่ถอนจำนองที่พิพาทแล้ว แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจากมีข้อโต้แย้งกับธนาคารผู้รับจำนองอยู่ดังกล่าวเช่นนี้ย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต่อโจทก์อันจะถือเป็นการผิดสัญญา โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3115/2535 นาย บุญ ลือ บรรลือเลิศกุ ล โจทก์ นาง ซิ้วฮวย หรือ ภาณี เตียนะวันชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บุญ ลือ บรรลือเลิศกุ ล · จำเลย - นาง ซิ้วฮวย หรือ ภาณี เตียนะวันชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 753/2538ฎีกา 519/2545ฎีกา 564-567/2479ฎีกา 2755/2534ฎีกา 17/2491ฎีกา 1076/2515ฎีกา 1811/2515ฎีกา 2014-2015/2531ฎีกา 331/2531ฎีกา 3831/2537ฎีกา 8304/2551ฎีกา 1587/2555ฎีกา 399/2521ฎีกา 2910/2526ฎีกา 927/2498ฎีกา 2909/2522ฎีกา 2205/2535ฎีกา 2577/2535ฎีกา 523/2535ฎีกา 4372/2545ฎีกา 523/2497ฎีกา 5352/2536ฎีกา 3341/2530ฎีกา 1052/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ