⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2205/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความสัญญาจำนองที่มีข้อสงสัย ต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายที่จะต้องเสียในมูลหนี้นั้น

ย่อคำพิพากษา

หนังสือสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองมีข้อความว่าผู้จำนองได้จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันเงินซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้าเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาท หรือในเรื่องเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่งซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้า ผู้จำนองยอมรับผิดชอบทั้งสิ้นข้อความตอนแรกที่ระบุว่าการจำนองรายนี้เป็นประกันหนี้เงิน160,000 บาท ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่โจทก์กู้ยืมไปจากจำเลยส่วนข้อความในตอนหลังที่ระบุให้การจำนองเป็นประกันเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่งซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้านั้นไม่ได้ระบุให้ชัดแจ้งว่าให้เป็นประกันถึงหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดหรือหนี้อย่างอื่นคนละประเภทกันที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า กรณีจึงมีข้อสงสัย ดังนั้นการตีความถึงเจตนาของคู่สัญญาในกรณีที่มีข้อสงสัยเช่นนี้ ต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายที่จะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้นดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11 จึงต้องฟังว่าสัญญาจำนองรายนี้ไม่ได้ประกันถึงหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกประเภทหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.707

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4348ซึ่งอยู่ที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปางพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับจำเลยเป็นเงิน 160,000 บาท เพื่อประกันหนี้เงินกู้ของโจทก์ที่มีต่อจำเลย จำนวน 160,000 บาท โจทก์ได้ผ่อนชำระหนี้เงินกู้ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนปลดจำนองให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนปลดจำนองให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองกับจำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ของโจทก์ซึ่งเป็นหนี้จำเลยอยู่ในขณะทำสัญญาจำนองหรือเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้า โจทก์ยังชำระหนี้ให้แก่จำเลยไม่ครบเพราะนอกจากหนี้เงินกู้แล้ว โจทก์ยังมีหนี้ซึ่งเกิดขณะโจทก์เป็นพนักงานของจำเลย และปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 1,000,000 บาท หนี้ของโจทก์ที่จำนองเป็นประกันจึงยังไม่หมดไป ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนปลดจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4348 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ตำบลหัวเวียงอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ให้แก่โจทก์ หากไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เดิมโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรักษาเงิน ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยอยู่ โจทก์ได้กู้เงินจำเลยไป160,000 บาท และโจทก์ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 4348 ตำบลหัวเวียงอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จำนองเป็นประกันเงินกู้ดังกล่าวไว้กับจำเลยปรากฏตามหนังสือสัญญาจำนองและหนังสือต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 3 ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีแรงงานว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางว่า โจทก์กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,000,000 บาทจริง ให้ยกฟ้อง ส่วนหนี้เงินกู้ดังกล่าวข้างต้นโจทก์ได้ชำระให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้วปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า การจำนองรายนี้ประกันถึงหนี้ที่โจทก์ทำละเมิดต่อจำเลยเป็นเงิน 1,000,000 บาท ตามคดีแรงงานดังกล่าวหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การตีความในสัญญาจะต้องเป็นกรณีที่ข้อความในสัญญาไม่ชัดแจ้ง หรือไม่อาจตีความหมายใช้บังคับได้ เรื่องนี้หนังสือสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2และเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 3 ระบุไว้ชัดว่า การจำนองที่ดินรายนี้มีผลผูกพันถึงหนี้ทุกประเภทที่โจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่ในขณะทำสัญญาจำนอง เมื่อข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ความว่า นอกจากโจทก์จะเป็นหนี้เงินกู้จำเลยแล้ว ต่อมาโจทก์ยังเป็นหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดจำเลยอีก การจำนองรายนี้จึงมีผลผูกพันคลุมถึงหนี้ในมูลละเมิดนั้นด้วย พิเคราะห์แล้ว ตามหนังสือสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองดังกล่าวข้อ 1. มีข้อความว่า ผู้จำนองได้จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันเงินซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้าเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาท หรือในเรื่องเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้า ผู้จำนองยอมรับผิดชอบทั้งสิ้นนั้นเห็นว่า ข้อความในสัญญาดังกล่าวในตอนแรกระบุไว้ว่า การจำนองรายนี้เป็นประกันหนี้เงิน 160,000 บาท ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่โจทก์กู้ยืมไปจากจำเลย ส่วนข้อความในตอนหลังที่ระบุให้จำนองเป็นประกันเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่งซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้านั้นไม่ได้ระบุให้ชัดแจ้งว่าให้เป็นประกันถึงหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดหรือหนี้อย่างอื่นคนละประเภทกันที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า กรณีจึงมีข้อสงสัย หาใช่สัญญาระบุไว้ชัดแจ้งดังที่จำเลยฎีกาไม่ดังนั้น การตีความถึงเจตนาของคู่สัญญาในกรณีที่มีข้อสงสัยเช่นนี้ ต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายที่จะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11 ดังนั้น ต้องฟังว่าสัญญาจำนองรายนี้ไม่ได้ประกันถึงหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกประเภทหนึ่งแต่ประการใด ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2535 นาง สม ศรี ทุม มา ลา โจทก์ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม ศรี ทุม มา ลา · โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2529ฎีกา 964/2512ฎีกา 1536/2500ฎีกา 1441/2505ฎีกา 1800/2511ฎีกา 4238/2539ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 295/2508ฎีกา 9091/2538ฎีกา 8587/2544ฎีกา 7913/2551ฎีกา 848/2499ฎีกา 1325/2537ฎีกา 230/2501ฎีกา 1612/2513ฎีกา 4610/2534ฎีกา 8816/2551ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 1986/2541ฎีกา 1123/2514ฎีกา 805/2506ฎีกา 2643/2515ฎีกา 401/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา