⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3260/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 114 เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว และการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการเจ้าหนี้ เว้นแต่เป็นการกระทำตามมาตรา 145(1) ถึง (5)

ย่อคำพิพากษา

การขอให้เพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 114 เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะร้องขอต่อศาล เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไม่เพิกถอนการโอนทรัพย์สินดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไปหรือไม่ ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะเท่านั้น ทั้งกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกระทำการใดได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้แล้ว มีแต่เฉพาะการกระทำตามมาตรา 145(1) ถึง (5)เท่านั้น แต่การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นมิใช่เป็นการสละสิทธิตามมาตรา 145(3) จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้เสียก่อน การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำวินิจฉัยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่าได้ใช้ดุลพินิจสั่งโดยไม่ชอบ จึงถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้ได้รับความเสียหายโดยคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 146 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.114 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลูกหนี้ (จำเลย)เป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 8750 พร้อมตึกแถวเลขที่ 149 และ 149/1-4 ระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านและให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านใช้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 24,285,600 บาทและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำพิพากษาให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบแล้ว จึงมีคำวินิจฉัยไม่อุทธรณ์ เจ้าหนี้รายที่ 26 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำวินิจฉัยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอเพิกถอนการโอนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นการกระทำโดยไม่ได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้จึงไม่ผูกพันเจ้าหนี้รายที่ 26 และเจ้าหนี้ทั้งหลาย ทั้งทำให้เจ้าหนี้รายที่ 26 และเจ้าหนี้ทั้งหลายได้รับความเสียหายขอให้มีคำสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยืนตามคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ยกคำร้อง เจ้าหนี้รายที่ 26 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้รายที่ 26 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การขอให้เพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะร้องขอต่อศาล คดีนี้เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านต่อศาลชั้นต้นแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลจึงเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไม่เพิกถอนการโอนทรัพย์สินดังกล่าวโดยเห็นว่าผู้คัดค้านรับโอนไว้โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน จึงให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไปหรือไม่ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะเท่านั้นฉะนั้นที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำวินิจฉัยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ส่วนกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกระทำการใดได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้แล้ว มีแต่เฉพาะการกระทำตามมาตรา 145(1) ถึง (5) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483เท่านั้น แต่การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวหาใช่เป็นการสละสิทธิตามมาตรา 145(3)แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ไม่ ทั้งถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้เสียก่อนดังที่เจ้าหนี้รายที่ 26 ฎีกาแต่อย่างใด การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำวินิจฉัยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่าได้ใช้ดุลพินิจสั่งโดยไม่ชอบแต่ประการใด จึงถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้รายที่ 26 ได้รับความเสียหายโดยคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ได้ กรณีจึงต้องยกคำร้องของเจ้าหนี้รายที่ 26 เสีย โดยไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของเจ้าหนี้รายที่ 26 ต่อไปอีก ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องของเจ้าหนี้รายที่ 26 มานั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2535 นาย สมควร วราห์บัณฑูรวิทย์ โจทก์ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง เจ้าหนี้ ผู้ร้อง นางสาว พวงเพชร สุทธภักติ เจ้าหนี้ ราย ที่ 26 ผู้ร้อง นาย พิชัย นิวาทวงษ์ ผู้คัดค้าน นาย ถวัลย์ เอื้อ รัก สกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมควร วราห์บัณฑูรวิทย์ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · ผู้ร้อง - เจ้าหนี้ · ผู้ร้อง - นางสาว พวงเพชร สุทธภักติ เจ้าหนี้ ราย ที่ 26 · ผู้คัดค้าน - นาย พิชัย นิวาทวงษ์ · จำเลย - นาย ถวัลย์ เอื้อ รัก สกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 41/2536ฎีกา 19883/2555ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2584/2543ฎีกา 6210/2534ฎีกา 3264/2525ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3779/2542ฎีกา 4432/2534ฎีกา 6448/2550ฎีกา 2709/2536ฎีกา 44/2549ฎีกา 2647/2566ฎีกา 4500/2565ฎีกา 2994/2535ฎีกา 7281/2539ฎีกา 1723/2536ฎีกา 2289/2536ฎีกา 1295/2540ฎีกา 114/2549ฎีกา 4866/2551ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 7440/2540ฎีกา 42/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา