⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3777/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3777/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อุทธรณ์ที่กล่าวอ้างว่าศาลสั่งงดสืบพยานทำให้เสียเปรียบ ต้องระบุให้ชัดแจ้งว่าคำสั่งศาลไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร และเสียเปรียบเพราะเหตุใด มิฉะนั้นถือว่าอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองบรรยายแต่เพียงว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมาย จำเลยไม่ได้ประวิงคดีและยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ต้องนำสืบโดยมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของจำเลยทั้งสองเป็นการไม่ชอบอย่างไร และทำไมจึงทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบเพราะเหตุใดคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบอย่างไร เหตุใดการกระทำของจำเลยไม่เป็นการประวิงคดี และคดีมีปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่จะต้องนำสืบมีว่าอย่างไร ดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องและจำเลยที่ 1 ไม่เคยจำนองที่ดินไว้กับโจทก์ โจทก์คิดดอกเบี้ยโดยไม่ชอบกฎหมาย โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวก่อนฟ้อง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสองในวันที่ 24 ธันวาคม 2530 เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปากแล้ว โจทก์แถลงหมดพยาน ทนายจำเลยทั้งสองแถลงว่า จำเลยทั้งสองไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อจำเลยทั้งสองไม่มาศาลถือว่าไม่ติดใจสืบพยานให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสองเสีย คดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่อาจเข้าใจได้ว่าเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาอย่างไรอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองบรรยายแต่เพียงว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายจำเลยไม่ได้ประวิงคดีและยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ต้องนำสืบโดยมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของจำเลยทั้งสองเป็นการไม่ชอบอย่างไร และทำไมจึงทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบเพราะเหตุใดคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบอย่างไร เหตุใดการกระทำของจำเลยไม่เป็นการประวิงคดี และคดีมีปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่จะต้องนำสืบมีว่าอย่างไร ดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3777/2535 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นาย กิตติศักดิ์ อิ่ม สงวน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นาย กิตติศักดิ์ อิ่ม สงวน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · ยงยุทธ ธารีสาร · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา