⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4069/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้หรืออุทธรณ์ ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องและมิได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้ สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใด ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่า จำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใดไว้ การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ แต่โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และผลคดีเป็นประโยชน์แก่จำเลยมากแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ยืมแก่โจทก์จำนวน 88,125บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้อง และจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ทั้งมิได้กรอกข้อความในสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมจำเลยเคยกู้ยืมเงินโจทก์ไป 2 ครั้ง ไม่ได้ทำหลักฐานการกู้ยืมเงินทั้งสองครั้ง แต่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์รับเงินเดือนของจำเลยที่จะได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนายจ้างแทนจำเลยได้ทุกเดือนโจทก์ได้นำหนังสือมอบอำนาจของจำเลยไปรับเงินเดือนแทนจำเลยหักชำระหนี้ตลอดมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2527จำเลยคงค้างชำระหนี้โจทก์เพียง 1,000 บาท เท่านั้น โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์มากกว่า และปลอมสัญญากู้ยืมเงินเอกสารท้ายฟ้องเป็นหลักฐานฟ้องบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปและทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้ตามฟ้องจริง แต่จำเลยได้มอบอำนาจให้โจทก์รับเงินเดือนของจำเลยแทนไปแล้วบางส่วน คงค้างชำระหนี้อยู่เพียง 7,100 บาท กับค้างชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม2527 เป็นต้นไป พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน7,100 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใดนั้นจำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องและมิได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใด และศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ แต่โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และผลคดีเป็นประโยชน์แก่จำเลยมากแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2535 นาย ทินกร แสงโชคานนท์ โจทก์ นาย กู้ เกียรติ ทับทิม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ทินกร แสงโชคานนท์ · จำเลย - นาย กู้ เกียรติ ทับทิม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา