คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้หรืออุทธรณ์ ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องและมิได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้ สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใด ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่า จำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใดไว้ การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ แต่โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และผลคดีเป็นประโยชน์แก่จำเลยมากแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ยืมแก่โจทก์จำนวน 88,125บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้อง และจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ทั้งมิได้กรอกข้อความในสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมจำเลยเคยกู้ยืมเงินโจทก์ไป 2 ครั้ง ไม่ได้ทำหลักฐานการกู้ยืมเงินทั้งสองครั้ง แต่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์รับเงินเดือนของจำเลยที่จะได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนายจ้างแทนจำเลยได้ทุกเดือนโจทก์ได้นำหนังสือมอบอำนาจของจำเลยไปรับเงินเดือนแทนจำเลยหักชำระหนี้ตลอดมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2527จำเลยคงค้างชำระหนี้โจทก์เพียง 1,000 บาท เท่านั้น โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์มากกว่า และปลอมสัญญากู้ยืมเงินเอกสารท้ายฟ้องเป็นหลักฐานฟ้องบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอม พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปและทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้ตามฟ้องจริง แต่จำเลยได้มอบอำนาจให้โจทก์รับเงินเดือนของจำเลยแทนไปแล้วบางส่วน คงค้างชำระหนี้อยู่เพียง 7,100 บาท กับค้างชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม2527 เป็นต้นไป พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน7,100 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใดนั้นจำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องและมิได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียงใด และศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ แต่โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และผลคดีเป็นประโยชน์แก่จำเลยมากแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้จำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2535
นาย ทินกร แสงโชคานนท์ โจทก์
นาย กู้ เกียรติ ทับทิม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ทินกร แสงโชคานนท์ · จำเลย - นาย กู้ เกียรติ ทับทิม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา