คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่ากระทำความผิดเพราะบันดาลโทสะ จะรับฟังได้ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้กระทำถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และการกระทำนั้นต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นทันทีทันใดเพราะบันดาลโทสะนั้น.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฟันโจทก์ร่วมอ้างว่าบันดาลโทสะเพราะโจทก์ร่วมกล่าวหาว่าลักมะพร้าว และด่าว่าจำเลย แต่จำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ร่วมด่าว่าอย่างไรอันจะเป็นถ้อยคำรุนแรงจนเป็นเหตุให้ถึงกับบันดาลโทสะและจำเลยอ้างว่าที่ใช้มีดฟันโจทก์ร่วมเพราะโจทก์ร่วมจะทำร้ายจำเลยมิใช่จำเลยฟันโจทก์ร่วมเพราะบันดาลโทสะ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เพราะบันดาลโทสะ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80,33 และริบมีดพร้าของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุก 12 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ริบมีดพร้าของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ส่วนที่จำเลยอ้างว่าบันดาลโทสะ เพราะโจทก์ร่วมกล่าวหาว่าลักมะพร้าวและด่าว่าจำเลย ฝ่ายโจทก์ร่วมอ้างว่าจำเลยฟันโจทก์ร่วมโดยไม่มีสาเหตุอะไรกันเลย คำเบิกความของโจทก์ร่วมไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยฟันโจทก์ร่วมโดยไม่มีสาเหตุกัน น่าจะมีสาเหตุอย่างจำเลยอ้างที่ว่าโจทก์ร่วมกล่าวหาว่าจำเลยลักมะพร้าวและด่าว่าจำเลย แต่จำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ร่วมด่าว่าอย่างไร อันจะเป็นถ้อยคำรุนแรงจนเป็นเหตุให้ถึงกับบันดาลโทสะ และประการสำคัญจำเลยอ้างว่าที่ฟันโจทก์ร่วมเพราะโจทก์ร่วมจะทำร้ายจำเลย มิใช่จำเลยฟันโจทก์ร่วมเพราะบันดาลโทสะแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เพราะบันดาลโทสะฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น... โจทก์ร่วมได้รับอันตรายมีบาดแผลไม่รุนแรงพฤติการณ์เช่นนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยเจตนาฆ่าโจทก์ร่วม แต่จำเลยฟันโจทก์ร่วมจนได้รับอันตรายแก่กาย จึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2535
พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย แพง พัน ธ์เศรษฐ์ โจทก์
นาย สุนทร เพชรรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย แพง พัน ธ์เศรษฐ์ · จำเลย - นาย สุนทร เพชรรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ