⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 790/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานหลักฐานหลายปากสอดคล้องกันและเชื่อมโยงกัน ชี้ให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ย่อมรับฟังลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีโจทก์ร่วมเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยกอดปล้ำโจทก์ร่วมในตอนกลางวัน โจทก์ร่วมได้แจ้งความไว้ และมีพยานแวดล้อมโดยคืนเดียวกันโจทก์ร่วมเห็นมือคนลอดบานเกร็ด ช่องลมเหนือประตูบ้านเข้ามาและดึงมือกลับไป รุ่งขึ้นโจทก์ร่วมพบรอยหยด เลือดที่พื้นหน้าบ้านและรอยเลือดที่เกิดจากการสะบัดที่ผนังบ้านกับพบจำเลยมีแผลที่มือ จึงไปแจ้งความไว้อีก พนักงานสอบสวนยืนยันคำของโจทก์ร่วม มีพยานอีกสองปากได้ยินเสียงผู้หญิงร้องในตอนกลางวันของวันเกิดเหตุ กับมีพยาบาล ผู้ทำแผลให้จำเลยในคืนเกิดเหตุเป็นพยานว่า จำเลยรับว่าถูกกระจกบาดมือ ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์มี เหตุผลเชื่อมโยง ชี้ให้เห็นว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกและกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 364, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางสาวปัทมา คุ้มพรรคผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 364 ประกอบด้วยมาตรา 90 ลงโทษตามมาตรา 278 จำคุก 4 ปีคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...โจทก์มีโจทก์ร่วมเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 10 นาฬิกา เมื่อโจทก์ร่วมอาบน้ำเสร็จ นุ่งกระโจมอกเดินออกจากห้องน้ำ พบจำเลยยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ โจทก์ร่วมจึงปิดประตูห้องน้ำ จำเลยดันประตูห้องน้ำเข้าไปกอดปล้ำโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมดิ้นรนขัดขวางและส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จำเลยจึงหนีออกจากบ้านไป โจทก์ร่วมได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเมื่อเวลาประมาณ 12 นาฬิกา ของวันนั้น ต่อมาวันเดียวกัน เวลา 20.30 นาฬิกา ขณะโจทก์ร่วมอยู่ในห้องน้ำ ได้ยินเสียงกุกกักที่ประตูหน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาดู เห็นมือคนลอดบานเกร็ดช่องลมเหนือประตูบ้านพักเข้ามาและดึงมือกลับไปพอเช้าวันรุ่งขึ้น โจทก์ร่วมเปิดประตูหน้าบ้านออกมาพบรอยหยดเลือดที่พื้นซีเมนต์หน้าบ้านพัก และรอยเลือดติดอยู่ที่ผนังบ้านพักตรงที่เกิดเหตุเป็นรอยที่เกิดจากการสะบัด เมื่อโจทก์ร่วมไปที่ทำงานก็พบจำเลยมีแผลที่มือ โจทก์ร่วมจึงไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเป็นครั้งที่สอง และได้นำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนดูรอยคราบเลือดที่ติดอยู่ที่บานเกร็ดช่องลมเหนือประตูบ้านพัก และรอยหยดเลือดที่หยดอยู่กับพื้น แสดงว่าคนร้ายที่ใช้มือล้วงเข้าไปทางบานเกร็ดช่องลมเหนือประตูถูกกระจกบาดมือ โดยโจทก์มีร้อยตำรวจเอกไพบูลย์ แสวงศักดิ์พนักงานสอบสวนมาเบิกความรับรองความข้อนี้ นอกจากนั้น โจทก์ยังมีนายคำรณ เนตรายนต์และนายสุนทร อิ่มอุไร ซึ่งมีอาชีพรับจ้างแบกเสาปูนซีเมนต์ทำค้างปลูกพริกไทยบริเวณไร่ ซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เบิกความยืนยันตรงกันว่าขณะทำงานอยู่ในเวลาประมาณ10 นาฬิกาของวันเกิดเหตุ พยานได้ยินเสียงร้องหวีดว้ายของผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากบริเวณบ้านพักที่เกิดเหตุ ยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังมีนางสาวรัชนี ฉิมพาลี พยาบาลประจำโรงพยาบาลเขาสมิงมาเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลา 19.30 นาฬิกา จำเลยได้ไปพบพยานเพื่อให้ทำบาดแผลถูกของมีคมที่หลังมือขวาสองแผล มีเลือดไหลอยู่ พยานได้สอบถามว่า บาดแผลเกิดจากอะไร จำเลยบอกว่าโดนกระจกบาดมา เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีเหตุผลเชื่อมโยงชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่ใช้มือล้วงเข้าช่องบานเกร็ดเหนือประตูบ้านพักโจทก์ร่วมในคืนเกิดเหตุคือจำเลย และจำเลยได้เข้าไปในบ้านพักโจทก์ร่วมและใช้กำลังกอดปล้ำกระทำอนาจารโจทก์ร่วมจริงดังฟ้อง ที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์ร่วมและจำเลยมีความรักใคร่กันในทางชู้สาวถึงขั้นได้เสียกันมาก่อนนั้น คงมีแต่คำเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ของจำเลย ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็มิได้ยกข้ออ้างดังกล่าวไว้ให้ปรากฏ พยานหลักฐานของจำเลย จึงไม่พอรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยรับราชการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชอบที่จะต้องมีความรู้และความคิดรับผิดชอบสูงกว่าประชาชนโดยทั่วไป แต่กลับกระทำความผิดโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายเช่นนี้จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางสาว ปัท มา คุ้ม พรรค โจทก์ นาย สุชาติ ตรงชื่ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาว ปัท มา คุ้ม พรรค · จำเลย - นาย สุชาติ ตรงชื่ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ