⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 905/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นความผิดตามกฎหมายหลายบท แม้จะเป็นความผิดต่างพระราชบัญญัติกัน ก็ให้ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 15,66 วรรคสองและฐานพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 15,65 วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80ซึ่งเฮโรอีนของกลางถูกจับได้ที่ท่าอากาศยานเป็นจำนวนเดียวกันจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และในขณะเดียวกันก็เป็นการพยายามนำของต้องห้ามโดยยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ด้วย แม้จะเป็นความผิดต่างพระราชบัญญัติกัน ก็ไม่เป็นการกระทำผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหาก คงรวมเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนน้ำหนักสุทธิ 4,112 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยได้ส่งออกและนำพาเฮโรอีนดังกล่าวซึ่งคิดราคาเป็นเงิน 822,400 บาท ออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศสิงคโปร์โดยเจตนาที่จะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล เพื่อจำหน่ายโดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตและมิใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ เจ้าพนักงานประจำท่าอากาศยานสนามบินอู่ตะเภาได้ตรวจพบการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงส่งออกและนำพาเฮโรอีนดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศสิงคโปร์ไม่ได้สมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11)พ.ศ. 2490 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91และขอให้ริบเฮโรอีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ของกลาง ตุ๊กตาพลาสติกและกล่องกระดาษขนมช็อกโกแลตของกลาง คืนป้ายผูกกระเป๋าเดินทาง ตั๋วโดยสารสายการบินทั้งสองฉบับ บัตรที่นั่งบนเครื่องบินบัตรขาออก และกระเป๋าเดินทางของกลางแก่เจ้าของ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15, 66 วรรคสอง ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต มีความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนออกจากราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80ลงโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 สำหรับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 25 ปี ฐานพยายามนำเฮโรอีนออกจากราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายคงจำคุก 3 ปีรวมโทษจำคุก 28 ปี ริบเฮโรอีน ตุ๊กตาพลาสติก และกล่องกระดาษขนมช็อกโกแลตของกลาง คืนป้ายผูกกระเป๋าเดินทาง ตั๋วโดยสารการบินทั้งสองฉบับ บัตรที่นั่งบนเครื่องบิน บัตรขาออก และกระเป๋าเดินทางของกลางแก่เจ้าของ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเพียงข้อกฎหมายตามที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานพยายามส่งและนำพายาเสพติดให้โทษประเภท 1 ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง กับตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ซึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จึงไม่ชอบ เพราะโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสองประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 หนักกว่าโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 นั้น เห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 15, 66 วรรคสอง และฐานพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 15, 65 วรรคสองประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1ของกลางถูกจับได้ที่ท่าอากาศยานเป็นจำนวนเดียวกัน ฉะนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2528 ระหว่าง พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นางเชอรี่ เรเน เวอร์ค จำเลย และในขณะเดียวกันการกระทำของจำเลยดังกล่าวก็เป็นการพยายามนำของต้องห้ามโดยยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ด้วย แม้จะเป็นความผิดต่างพระราชบัญญัติกับพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังกล่าวมาข้างต้นก็ตามก็หาเป็นการกระทำผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากไม่ คงรวมเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทนั่นเอง แม้แต่คำฟ้องของโจทก์รวมทั้งอุทธรณ์ฎีกาโจทก์ก็ยืนยันว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 ในกรณีของคดีนี้เป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสองประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ซึ่งต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมาเป็นสองกระทงนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยและเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว จำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2535 อัยการ ระยอง โจทก์ นาย ตัน ปวย เล็ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ระยอง · จำเลย - นาย ตัน ปวย เล็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2920/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1888/2548ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 531/2510ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 5632/2551ฎีกา 7490/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา