⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1054/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยจะทำหน้าที่จัดหางานให้แก่ผู้เสียหายจนสำเร็จ แต่หากผู้เสียหายทราบถึงความเสี่ยงในการลักลอบเข้าเมืองและยอมรับความเสี่ยงนั้นเอง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกส่งตัวกลับจึงไม่ใช่ความผิดของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ จำเลยชักชวนผู้เสียหายให้ไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ และเรียกเงินค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหาย แล้วจำเลยพาผู้เสียหายลักลอบเข้าไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานเท่านั้นแต่จำเลยได้ทำหน้าที่ของจำเลยโดยครบถ้วน โดยได้เป็นธุระพาผู้เสียหายไปทำงานยังประเทศสิงคโปร์ได้ การที่ผู้เสียหายถูกส่งตัวกลับนั้นผู้เสียหาย ทราบดีอยู่แล้วว่าการเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์จะต้องลักลอบเข้าไป จึงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายยอมเสี่ยงต่อการที่จะต้องถูกส่งตัวกลับเอาเอง ไม่ใช่เป็นความผิดของจำเลยและข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.82

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83พระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30วรรคแรก, 82 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 3 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศผู้เสียหายทั้งสามกับพวกเดินทางไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์จำเลยร่วมเดินทางไปด้วย นายอภิชาติกับนายประเพี้ยน ทำงานได้ประมาณ 1 เดือน นายบัณฑิตทำงานได้ประมาณ 12 วัน ก็ถูกทางการของประเทศสิงคโปร์ส่งตัวกลับ ส่วนจำเลยไม่ได้ทำงานคงพักอยู่ในประเทศสิงคโปร์ประมาณ 2 วัน ก็เดินทางกลับ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ... ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายทั้งสามเบิกความสมเหตุสมผล ... ข้อต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์ถึงการกระทำของจำเลยแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานเท่านั้น แต่จำเลยได้ทำหน้าที่ของจำเลยโดยครบถ้วน โดยได้เป็นธุระพาผู้เสียหายทั้งสามไปทำงานยังประเทศสิงคโปร์ ได้ การที่ผู้เสียหายทั้งสามถูกส่งตัวกลับนั้น ผู้เสียหายทั้งสามทราบดีอยู่แล้วว่าการเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์จะต้องลักลอบเข้าไป จึงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายยอมเสี่ยงต่อการที่จะต้องถูกส่งตัวกลับเอาเอง ไม่ใช่เป็นความผิดของจำเลย และข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ" พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงเหลือโทษจำคุก 2 ปี ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร โจทก์ นาย ทอง ยศ หรือ สม ยศ ศรีรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร · จำเลย - นาย ทอง ยศ หรือ สม ยศ ศรีรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · สังเวียน รัตนมุง · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 753/2481ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1666/2520ฎีกา 1786/2554ฎีกา 6196/2534ฎีกา 2707/2527ฎีกา 5598/2540ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2100/2531ฎีกา 8944/2544ฎีกา 2457/2530ฎีกา 161/2510ฎีกา 1790/2521ฎีกา 1955/2515ฎีกา 2033/2528ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7245/2554ฎีกา 705/2465ฎีกา 5806/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ