คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่สมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตายก่อน ย่อมไม่อาจยกเอาการป้องกันตัวขึ้นอ้างได้ และการใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายบริเวณอวัยวะสำคัญจนถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้อื่น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับผู้ตายทะเลาะและชกต่อยกัน เมื่อ ด. ห้ามจำเลยกับผู้ตายให้เลิกทะเลาะและชกต่อยกันแล้ว จำเลยออกไปเอามีดปลายแหลมที่บ้าน แล้วกลับไปร้องถามผู้ตายว่าทำไมทำกับจำเลยอย่างนี้อันเป็นการท้าทายผู้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้แสดงว่าจำเลยยังคงสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตายอีก จำเลยย่อมไม่อาจยกเอาการป้องกันตัวขึ้นอ้างได้ อาวุธมีดปลายแหลมที่จำเลยใช้แทงผู้ตายมีตัวมีดยาวถึง 7นิ้วฟุต ใบมีดกว้าง 1 นิ้วฟุต และแทงถูกบริเวณเหนือไหปลาร้าด้านซ้ายอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเสียเลือดมากแม้จำเลยจะแทงผู้ตายเพียงครั้งเดียว จำเลยก็ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมตัวมีดยาว 7 นิ้วฟุต ใบมีดกว้าง 1 นิ้วฟุต แทงทำร้ายนายสมศักดิ์ ขุนเถื่อน บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย 1 ทีโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายสมศักดิ์ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33 และริบมีดของกลาง
จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปีริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลยกับผู้ตายร่วมวงดื่มสุรากับนายเดช สีหานาม ที่หน้าร้านนายเส็ง แล้วจำเลยกับผู้ตายทะเลาะโต้เถียงและชกต่อยกัน นายเดชเข้าไปห้าม เมื่อแยกออกจากกันแล้ว จำเลยออกไปเอามีดปลายแหลมที่บ้านของจำเลยแล้วกลับไปที่ร้านของนายเส็งอีกแล้วจำเลยร้องถามผู้ตายว่า"ไอ้ศักดิ์ มึงทำไมทำกูอย่างนี้" พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้แสดงว่าจำเลยยังคงสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตายต่อไปอีก ทั้งที่การทะเลาะชกต่อยกันครั้งแรกได้ยุติลงแล้วโดยการห้ามปรามของนายเดช หากจำเลยไม่ประสงค์จะทะเลาะวิวาทกับผู้ตายอีกต่อไปจำเลยก็ไม่น่าออกจากบ้านกลับไปหาผู้ตายโดยนำมีดปลายแหลมของกลางไปร้องถามผู้ตายอันเป็นการท้าทายผู้ตาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยสมัครใจเข้าทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย จำเลยย่อมไม่อาจยกเอาการป้องกันตัวขึ้นมาอ้างเพื่อให้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายได้ เมื่ออาวุธมีดปลายแหลมของกลางที่จำเลยใช้แทงผู้ตายมีตัวมีดยาวถึง 7 นิ้วฟุต ใบมีดกว้าง 1 นิ้วฟุต และแทงถูกบริเวณเหนือไหปลาร้าด้านซ้ายอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญปรากฏจากรายงานการชันสูตรพลิกศพว่าแผลยาวประมาณ 1.5 นิ้ว ลึกประมาณ 2 นิ้วเลือดออกจากแผลจำนวนมาก ทั้งผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเสียเลือดจำนวนมากทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลว แม้จำเลยจะแทงผู้ตายเพียงครั้งเดียว จำเลยก็ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2536
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ภูเขียว โจทก์
นาย ถวัลย์ สร้อยปุ๊ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ภูเขียว · จำเลย - นาย ถวัลย์ สร้อยปุ๊ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประดิษฐ์ เอกมณี · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา