⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1747/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเจ้าหนี้มิได้คัดค้านการเป็นหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ให้ถือว่าเจ้าหนี้นั้นเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเป็นการเด็ดขาด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ร้องไม่ได้ปฏิเสธต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับจากวันที่ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงหนี้นั้นต้องถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยอยู่ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งไปยังผู้ร้องเป็นการเด็ดขาด ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 วรรคแรก ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอต่อศาลให้วินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือทวงหนี้ไปยังผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้จำเลย หรือจำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับหนี้ที่ค้างชำระ อันเป็นการคัดค้านว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งไปยังผู้ร้อง ซึ่งขัดต่อ มาตรา 119 วรรคแรกดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาดจึงขอศาลออกคำบังคับกับให้ผู้ร้องชำระหนี้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกบังคับและจำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่ผู้ร้องมีหนังสือปฏิเสธหนี้ตามเอกสารหมาย ค.3 ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม2531 จึงเป็นการปฏิเสธหนี้ เมื่อพ้นกำหนดเวลา 14 วัน นับจากวันที่ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงหนี้เอกสารหมาย ค.2 ฎีกาของผู้ร้องในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาต่อไปความว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีไม่ชอบ เนื่องจากไม่ได้วินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์ของผู้ร้องที่ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือทวงหนี้ไปยังผู้ร้องโดยไม่ชอบ ผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้จำเลย และจำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับหนี้ที่ค้างชำระนั้น เห็นว่าจากข้อเท็จจริงดังวินิจฉัยแล้วข้างต้นได้ความว่า ผู้ร้องไม่ได้ปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับจากวันที่ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงหนี้นั้นต้องถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยอยู่ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งไปยังผู้ร้องตามเอกสารหมาย ค.2 เป็นการเด็ดขาด ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 วรรคแรก ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอต่อศาลให้วินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือทวงหนี้ไปยังผู้ร้องโดยไม่ชอบ เพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้จำเลย หรือจำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับหนี้ที่ค้างชำระ อันเป็นการคัดค้านว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งไปยังผู้ร้องซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา119 วรรคแรก ดังกล่าว ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะไม่วินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์ของผู้ร้องดังกล่าว ฎีกาของผู้ร้องในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2536 ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด โจทก์ บริษัท เอฟ.เอ็ม.เซอร์วิส จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด · จำเลย - บริษัท เอฟ.เอ็ม.เซอร์วิส จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 258/2525ฎีกา 3913/2531ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 7966/2544ฎีกา 848/2534ฎีกา 2838/2539ฎีกา 3235/2516ฎีกา 3957/2534ฎีกา 773/2532ฎีกา 2499/2538ฎีกา 153/2530ฎีกา 6908/2538ฎีกา 6415/2534ฎีกา 3194/2540ฎีกา 773/2538ฎีกา 2215/2536ฎีกา 2269/2533ฎีกา 7313/2537ฎีกา 6159/2533ฎีกา 4561/2536ฎีกา 678/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ