⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 185/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ได้รับมาโดยการยกให้ภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 หากไม่ได้ระบุว่าเป็นสินสมรส ให้ถือว่าเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่ได้รับมา และคู่สมรสนั้นมีอำนาจจัดการสินส่วนตัวของตนได้โดยลำพัง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับยกให้ที่ดินภายหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 เมื่อหนังสือยกให้ไม่ได้ระบุว่าให้เป็นสินสมรสจึงต้องถือว่าที่ดินของจำเลยเป็นสินส่วนตัว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471(3) จำเลยจึงมีอำนาจจัดการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้มีทางภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ในที่ดินดังกล่าวโดยมิได้รับความยินยอมจากภริยา จึงมีผลผูกพันจำเลย สัญญาประนีประนอมยอมความ มีข้อตกลงว่าจำเลยจะจดทะเบียนที่ดินเป็นภารจำยอมให้โจทก์เป็นสัญญาก่อตั้งภารจำยอมในที่พิพาท เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1473

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงคือ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินยินยอมให้โจทก์และบริวารเดินผ่านที่ดินของจำเลยทางทิศตะวันตกเพื่อออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์โดยยินยอมให้โจทก์ถมดินเป็นถนนและฝังท่อระบายน้ำตลอดแนวจนกว่าจะถึงถนนสาธารณประโยชน์ระยะทางยาวประมาณ 3 เส้น โดยโจทก์เป็นผู้เสียหายค่าใช้จ่ายเอง และจำเลยตกลงจะจดทะเบียนให้ถนนดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม แต่โจทก์ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างทำถนนได้ เนื่องจากจำเลยขัดขวางอีกทั้งยังไม่จดทะเบียนภารจำยอมให้แก่โจทก์อีกด้วย เป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมและให้จำเลยไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมที่ดินแก่โจทก์ภายใน 30 วันนับแต่มีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และห้ามมิให้จำเลยกับบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะดำเนินการสร้างถนนบนที่พิพาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า สัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นนิติกรรมที่ไม่สมบูรณ์และไม่อาจนำมากล่าวอ้างบังคับจำเลยได้ กล่าวคือที่ดินของจำเลยตามฟ้อง เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางเฉลียว ปิ่นเงิน ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยนางเฉลียวมิได้ร่วมรู้เห็นยินยอมและมิได้ลงลายมือชื่อในนิติกรรมด้วย อีกทั้งนางเฉลียวก็มิได้ให้สัตยาบันในการที่จำเลยทำนิติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด จำเลยบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยตามกฎหมายอีกต่อไป ทั้งสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงบุคคลสิทธิโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จดทะเบียนภารจำยอมได้ ขอให้ยกฟ้อง นางเฉลียว ปิ่นเงิน ภรรยาจำเลย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นภารจำยอมและให้จำเลยจดทะเบียนที่พิพาทดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะดำเนินการสร้างถนนบนทางพิพาท จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสาร จ.1 เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์ได้สิทธิในทางภารจำยอมบนที่ดินของจำเลยโดยผลของนิติกรรม ที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นภารยทรัพย์เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วม จำเลยทำนิติกรรมก่อให้เกิดภารจำยอมในภารยทรัพย์โดยจำเลยร่วมไม่รู้เห็นยินยอมด้วย นิติกรรมดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายไม่มีผลบังคับนั้น พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบได้ความว่า ที่ดินของจำเลยที่เป็นภารยทรัพย์เดิมเป็นของนางทองดี ปิ่นเงิน มารดาจำเลยนางทองดี ได้จดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยเมื่อ พ.ศ. 2521... ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยได้รับยกให้ที่ดินภารยทรัพย์ในวันที่จดทะเบียนเมื่อพ.ศ. 2521 อันเป็นเวลาภายหลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 แล้วที่ดินที่ได้รับยกให้จะเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวจึงต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1471สินส่วนตัวได้แก่ ทรัพย์สิน (3) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา มาตรา 1474 สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน (2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรสข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางทองดีได้ทำหนังสือยกให้ที่ดินแก่จำเลยแต่ฝ่ายเดียวตามเอกสารหมาย จ.3 โดยไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือยกให้ว่าให้เป็นสินสมรส จึงต้องถือว่าที่ดินภารยทรัพย์ของจำเลยเป็นสินส่วนตัวของจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นมาตรา 1473 บัญญัติว่าสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธิทำนิติกรรมก่อให้เกิดภารจำยอมในที่ดินภารยทรัพย์อันเป็นสินส่วนตัวของจำเลยได้เองตามลำพังโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วม สัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีผลผูกพันจำเลย ส่วนที่จำเลยและจำเลยร่วมอ้างว่า การได้ทางภารจำยอมโดยนิติกรรมไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 โจทก์ไม่สามารถนำนิติกรรมดังกล่าวมาฟ้องบังคับให้ไปจดทะเบียนภารจำยอมได้นั้น เห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.1 เป็นสัญญาก่อตั้งภารจำยอมในทางพิพาท โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยจะจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาให้ไปจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2536 นาย วิลัย เพ็ชร ล้อม ทอง โจทก์ จำเลยร่วม โจทก์ นาง เฉลียว ปิ่น เงิน โจทก์ นาย ชลอ ปิ่น เงิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิลัย เพ็ชร ล้อม ทอง · โจทก์ - จำเลยร่วม · โจทก์ - นาง เฉลียว ปิ่น เงิน · จำเลย - นาย ชลอ ปิ่น เงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 639/2499ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 1052/2509ฎีกา 383/2490ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 7786/2538ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1887/2547ฎีกา 1344/2482ฎีกา 699/2486ฎีกา 679/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ