⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2180/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่ตรวจสอบหลักฐานให้ละเอียดก่อนฟ้องคดีจนเกิดข้อบกพร่องในการฟ้องคดีนั้น ไม่อาจยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อแก้ไขคำฟ้องหลังวันชี้สองสถานได้ เว้นแต่จะเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อปรากฏจากคำร้องของโจทก์ว่า เอกสารอันเป็นหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยยังมียอดหนี้เพิ่มเติมจากยอดหนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้องไว้เดิมอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้วตั้งแต่ก่อนฟ้องคดี แสดงว่าโจทก์สามารถตรวจสอบหลักฐานดังกล่าวได้ตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานให้ละเอียดก่อนฟ้องคดีว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เท่าไรกันแน่ การที่โจทก์เพิ่งทราบยอดหนี้ที่จำเลยมีต่อโจทก์เพิ่มหลังจากโจทก์ยื่นฟ้องและศาลชั้นต้นชี้สองสถานไปแล้วนับเป็นข้อบกพร่องของโจทก์เอง ความบกพร่องดังกล่าวไม่อาจจะยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อแก้ไขคำฟ้องหลังวันชี้สองสถานได้ ทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวก็หาใช้ข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง จึงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้คำฟ้องได้หลังวันชี้สองสถานตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติยกเว้นไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามบัญชีเดินสะพัดกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า การคิดตัดทอนบัญชีเดินสะพัดของโจทก์ไม่ถูกต้อง จำเลยมิได้เป็นหนี้โจทก์ รายการที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นหนี้เรื่องซื้อขายซึ่งได้ตัดทอนบัญชีขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและนัดสืบพยานโจทก์ ก่อนถึงวันสืบพยาน โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง อ้างว่าเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2533 ผู้แทนโจทก์ได้พบหลักฐานแสดงว่า การลงบัญชีเดินสะพัดและแจ้งยอดหนี้ไปยังจำเลยผิดพลาด จำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้องตามฟ้องเดิมขาดไป จึงขอแก้ไขคำฟ้อง คำขอท้ายฟ้องและจำนวนทุนทรัพย์เพิ่มจากเดิม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ควรจะทราบมาก่อนวันนัดชี้สองสถาน และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จะฟ้องคดีกล่าวหาว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญา และโจทก์จะเรียกค่าเสียหาย โจทก์จะต้องมีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า จำเลยประพฤติผิดสัญญาอะไร อย่างไรโจทก์เสียหายเป็นเงินเท่าไร และมีหลักฐานอะไรบ้าง เมื่อความปรากฏจากคำร้องของโจทก์ว่า เอกสารอันเป็นหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยยังมียอดหนี้เพิ่มเติมจากยอดหนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้องไว้เดิมอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้วตั้งแต่ต้น คือตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีก็แสดงว่าโจทก์สามารถตรวจสอบหลักฐานเหล่านั้นได้ตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีแล้ว แต่ผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ของโจทก์ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดี ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อนฟ้องคดีว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เท่าไรกันแน่ การที่โจทก์เพิ่งทราบยอดหนี้ที่จำเลยมีต่อโจทก์เพิ่มหลังจากโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยและศาลชั้นต้นได้ชี้สองสถานไปแล้วนับเป็นข้อบกพร่องของโจทก์เอง ความบกพร่องดังกล่าวโจทก์ไม่อาจจะยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อขอแก้ไขคำฟ้องหลังวันชี้สองสถานตามที่กฎหมายบัญญัติบังคับไว้ได้ ทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวก็หาใช่ข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องดังที่โจทก์อ้างในฎีกาไม่ จึงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์จะยื่นได้หลังจากวันที่ศาลชั้นต้นชี้สองสถานตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180บัญญัติยกเว้นไว้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2536 บริษัท สิงค์ - ไทย ฟาร์ม จำกัด โจทก์ นาย ไพรัช แซ่ซิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สิงค์ - ไทย ฟาร์ม จำกัด · จำเลย - นาย ไพรัช แซ่ซิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6304/2540ฎีกา 839/2545ฎีกา 685/2550ฎีกา 2905/2552ฎีกา 2046/2531ฎีกา 551/2550ฎีกา 1016/2485ฎีกา 5111/2543ฎีกา 534/2496ฎีกา 2444/2542ฎีกา 4795/2528ฎีกา 1646/2548ฎีกา 4176/2528ฎีกา 1803/2533ฎีกา 2329/2553ฎีกา 1609/2506ฎีกา 103/2485ฎีกา 241/2547ฎีกา 2147/2525ฎีกา 1250/2511ฎีกา 6373/2537ฎีกา 89/2502ฎีกา 493/2526ฎีกา 6695/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา