⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 227/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานมีข้อพิรุธน่าสงสัย หรือมีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

จุดที่พยานเห็นจำเลยอยู่หน้าปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ใกล้กับที่จอดรถบรรทุก ดังนั้น หากจำเลยเป็นคนร้ายเมื่อพบพยานเช่นนั้นก็น่าจะรีบขับรถบรรทุกออกจากปั๊มน้ำมันหลบหนีไป ไม่มีเหตุที่จำเลยจะหยุดรถเพื่อเปลี่ยนป้ายที่หน้ารถบรรทุก เพราะขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน แม้ป้ายหน้ารถบรรทุกจะไม่ถูกเปลี่ยนก็ไม่เป็นที่ผิดสังเกต พยานโจทก์จึงมีพิรุธน่าสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ไม่ได้คืน 147,300 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคสอง จำคุกมีกำหนด 3 ปีให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 147,300บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายลักรถบรรทุกของผู้เสียหายไปหรือไม่ โจทก์มีนายสมศักดิ์ ดีอ้น หลานของผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า เห็นจำเลยกำลังกลับป้ายชื่อบริษัทมิตรไพบูลย์ขนส่ง จำกัด บนหลังคาเก๋งตรงคนขับที่หน้าปั๊มน้ำมันภัทรนันท์ซึ่งรถบรรทุกจอดอยู่ในคืนเกิดเหตุ ขณะนายสมศักดิ์ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน นายสมศักดิ์ได้หยุดรถและพูดคุยกับจำเลย เห็นว่า จุดที่นายสมศักดิ์เห็นจำเลยอยู่หน้าปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ใกล้กับที่จอดรถบรรทุก หากจำเลยเป็นคนร้ายจริงจำเลยน่าจะรีบขับรถบรรทุกออกจากปั๊มน้ำมันหลบหนีไป จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะหยุดรถบรรทุกเพื่อเปลี่ยนป้ายที่หน้ารถบรรทุก เพราะขณะนั้นเป็นเวลากลางคืนแม้ป้ายหน้ารถบรรทุกจะไม่ถูกเปลี่ยนก็ไม่เป็นที่ผิดสังเกตอย่างใด นอกจากนี้เมื่อนายสมศักดิ์พบจำเลยเช่นนี้จำเลยก็น่าจะรู้ตัวว่ามีผู้พบเห็นจำเลยเป็นคนร้ายแล้วจะต้องไปบอกผู้เสียหาย จำเลยน่าจะหลบหนีไปทันที แต่จำเลยยังเอารถบรรทุกและสินค้าของผู้เสียหายไป คำเบิกความของนายสมศักดิ์ซึ่งเป็นประจักษ์พยานเดียวจึงเป็นพิรุธน่าสงสัย นอกจากนี้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำที่จะชี้ว่าจำเลยเป็นคนร้าย ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา พยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย มนัส แซ่อึ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย มนัส แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · ประมาณ ชันซื่อ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ