⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2302/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลภายนอกอ้างว่าตนมีสิทธิดีกว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมมีสิทธิพิสูจน์สิทธิดังกล่าวได้ แม้คำพิพากษาจะวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนจำเลยในคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้อง ท.ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยต่อศาลแรงงานกลางขอให้ขับไล่ ท. กับพวกให้ออกไปจากบ้านพิพาทศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลย ให้ ท.กับบริวารออกไปท. กับพวกไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ในบ้านพิพาทและให้ศาลแรงงานกลาง ออกหมายจับ ท.โจทก์มาฟ้องจำเลยในคดีนี้โดยบรรยายฟ้องว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ที่จำเลยอ้างในคำฟ้องในคดีเดิมว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลยและนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปยึดทรัพย์ในบ้านและออกหมายจับ ท.นั้นทำให้โจทก์เสียหาย คำฟ้องดังกล่าวเป็นกรณีที่โจทก์ กล่าวอ้างว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ แม้คำพิพากษา ของศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ของบ้านพิพาท ว่าเป็นของจำเลยซึ่งจำเลยใช้ยันบุคคลภายนอกได้ก็ตามแต่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกก็ยังมีสิทธิที่จะพิสูจน์ว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145(2) ทั้งการที่โจทก์มิได้ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน นับแต่วันปิดประกาศกำหนดเวลาให้โจทก์ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของ ท. ลูกหนี้ตาม คำพิพากษายื่นคำร้องดังกล่าว มาตรา 296 จัตวา(3) ก็เพียงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นบริวารของ ท. เท่านั้น ซึ่งมิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด โจทก์จึงยังสามารถ โต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าโดยเป็น เจ้าของบ้านพิพาทหรือไม่การที่โจทก์ไม่ดำเนินการตาม มาตรา 296 จัตวา(3) จึงไม่ตัดสิทธิของโจทก์ ที่ จะ ฟ้องเป็นคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านไม่มีเลขที่ ตั้ง อยู่ บนที่ดินสาธารณะริมคลองขนมจีน เชิงสะพานโพธิ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2529 จำเลยได้ฟ้องขับไล่นายทิ้ง แสงศรีลูกจ้างของจำเลยและบริวารให้ออกไปจากบ้านดังกล่าวต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีแรงงานหมายเลขดำที่ 4005/2529 ศาลพิพากษาขับไล่นายทิ้งและบริการกับให้ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากบ้านพิพาท เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 5693/2529วันที่ 23 กรกฎาคม 2530 โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิในบ้านดังกล่าว ศาลแรงงานกลาง มีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ เพราะโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัทของจำเลย ให้โจทก์ไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ วันที่ 7 ธันวาคม 2530 จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์ในบ้านพิพาท และต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลาง มีคำสั่งออกหมายจับนายทิ้งและบริวาร ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ออกหมายจับนายทิ้งส่วนบริวารของนายทิ้งศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ออกจากบ้านภายในวันที่ 25 มกราคม 2531 มิฉะนั้นจะออกหมายจับ การกระทำจำเลยทำให้โจทก์และบริวารได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยคืนให้โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 200,000 บาท และค่าขนย้ายเป็นเงิน 100,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์จนครบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำฟ้องของโจทก์เป็นคำฟ้องที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 ประกอบด้วยมาตรา 302 นอกจากนั้นกรณียังเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องดำเนินการตามมาตรา 296 จัตวา คดีของโจทก์ไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาพิพากษาจึงไม่รับคำฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องโจทก์แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนเสร็จการ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นต้องรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ในชั้นบังคับคดีจำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศให้ผู้อาศัยอยู่ในบ้านพิพาทแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 8 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 จัตวา แต่โจทก์เพิกเฉยไม่พิสูจน์ให้เห็นว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลยอย่างไร คำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้ขับไล่นายทิ้งกับพวกให้ออกไปจากบ้านพิพาท ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลย ให้นายทิ้งกับบริวารออกไปและใช้ค่าเสียหายนายทิ้งกับพวกไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ในบ้านพิพาทและให้ศาลแรงงานกลางออกหมายจับนายทิ้ง โจทก์มาฟ้องจำเลยในคดีนี้โดยบรรยายฟ้องว่า บ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ที่จำเลยอ้างในคำฟ้องในคดีเดิมว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ในบ้านและออกหมายจับ นายทิ้ง นั้น ทำให้โจทก์เสียหาย คำฟ้องดังกล่าวเป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ คำพิพากษาของศาลแม้จะวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ของบ้านพิพาทว่าเป็นของจำเลยซึ่งจำเลยใช้ยันบุคคลภายนอกได้ก็ตาม แต่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกก็ยังมีสิทธิที่จะพิสูจน์ว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(2) ทั้งการที่โจทก์มิได้ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน นับแต่วันปิดประกาศกำหนดเวลาให้โจทก์ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของนายทิ้งลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องดังกล่าว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา(3) ก็เพียงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นบริวารของนายทิ้งลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ซึ่งมิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด โจทก์จึงยังสามารถโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าโดยเป็นเจ้าของบ้านพิพาทหรือไม่ การที่โจทก์ไม่ดำเนินการตาม มาตรา 296 จัตวา(3) ดังกล่าวจึงหาได้ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องคดี นี้ไม่ เมื่อประเด็นที่ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีว่า บ้านพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย และปรากฏว่าบ้านพิพาท ตั้งอยู่ในเขตศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นในคดีนี้ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1)(เดิม) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2536 นาย มนูญ เมฆทัศน์ โจทก์ บริษัท สุภัทรา จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มนูญ เมฆทัศน์ · จำเลย - บริษัท สุภัทรา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6593/2537ฎีกา 2388/2551ฎีกา 564-567/2479ฎีกา 3140/2538ฎีกา 811/2538ฎีกา 8856/2551ฎีกา 1648/2505ฎีกา 1311/2505ฎีกา 2599/2533ฎีกา 5743/2534ฎีกา 387/2535ฎีกา 73/2538ฎีกา 901/2511ฎีกา 973/2536ฎีกา 7219/2552ฎีกา 3188/2529ฎีกา 2291/2536ฎีกา 1045/2492ฎีกา 6/2534ฎีกา 533/2509ฎีกา 554/2532ฎีกา 6/2495ฎีกา 3880/2536ฎีกา 7377/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา