⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2548/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายภายในกำหนดเวลา ย่อมทำให้หมดสิทธิเรียกร้องหนี้ตามคำพิพากษาจากลูกหนี้อีกต่อไป และไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแล้ว ต่อมาจำเลยถูกฟ้องล้มละลายและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด แม้โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ก็ตามก็ไม่เป็นเหตุให้เพิกถอนหมายบังคับคดีนั้นได้ โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งแต่มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายสำหรับหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ย่อมหมดสิทธิที่จะเรียกร้องหนี้ ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งจากจำเลยอีกต่อไปตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 27 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีสิทธิ ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ อายัดเงินของจำเลยไปยังบุคคลภายนอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 2,282,496 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 2,265,982 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนภายในวันที่30 ธันวาคม 2529 จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดีศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2530 จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2533 ว่า จำเลยถูกฟ้องล้มละลายและศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 4เมษายน 2532 ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.164/2532 ของศาลชั้นต้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วโจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2533 โจทก์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการอายัดเงินจำนวน 500,000 บาทของจำเลยไปยังบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไทยเคหะ จำกัด คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไต่สวนคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งเพิกถอนหมายบังคับคดี กับให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดจ่ายเงินที่อายัดให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะเพิกถอนหมายบังคับคดี ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2530 ต่อมาจำเลยถูกฟ้องล้มละลายและศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2532 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วโจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2533โจทก์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้อายัดเงินจำนวน 500,000บาท ของจำเลยไปยังบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไทยเคหะ จำกัด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่ามีเหตุที่จะเพิกถอนหมายบังคับคดีหรือไม่ ในปัญหานี้เห็นว่าตามคำร้อง ของ จำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2530 โดยไม่ชอบแต่อย่างใด แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าหลังจากนั้นจำเลยถูกฟ้องล้มละลายและศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด โดยโจทก์ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ก็ตามก็ไม่เป็นเหตุให้เพิกถอนหมายบังคับคดีนั้นได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิอายัดเงินหรือรับเงินที่โจทก์ได้อายัดไว้ในทำนองว่าเมื่อโจทก์ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว โจทก์ก็ไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยได้อีกต่อไปนั้น ในปัญหานี้เห็นว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 27 บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัตินี้แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วแต่คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ตาม" และมาตรา 91 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตามต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายกำหนดเวลาให้ได้อีกไม่เกินสองเดือน" ดังนั้นเมื่อโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยและมิได้อยู่นอกราชอาณาจักร แต่มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ในคดีนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะเรียกร้องหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากจำเลยอีกต่อไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 27 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง ดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินของจำเลยไปยังบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไทยเคหะ จำกัด ซึ่งหากศาลชั้นต้นได้อายัดเงินของจำเลยตามคำร้องของโจทก์จริงการอายัดเงินดังกล่าวก็ย่อมเป็นการไม่ชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินที่อายัดไว้เช่นนั้นตามที่จำเลยฎีกา แต่โดยที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลยโดยยังมิได้ทำการไต่สวนคำร้อง ข้อเท็จจริงจึงยังไม่ได้ความว่าศาลชั้นต้นได้อายัดเงินของจำเลยตามคำร้องตามคำร้องของ โจทก์จริงหรือไม่ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องทำการไต่สวนคำร้องของ จำเลยให้ได้ความเช่นนั้นก่อน แล้วจึงวินิจฉัยมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของ จำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2536 บริษัท ไทย ประกันชีวิต จำกัด โจทก์ นาย เกษมสันต์ เผดิมชิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ไทย ประกันชีวิต จำกัด · จำเลย - นาย เกษมสันต์ เผดิมชิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ยงยุทธ ธารีสาร · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 285/2503ฎีกา 8454/2544ฎีกา 594/2534ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2573/2552ฎีกา 5610/2548ฎีกา 275/2567ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 945/2504ฎีกา 5086/2537ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1763/2551ฎีกา 780/2535ฎีกา 2422/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา