คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขคำให้การที่มิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเป็นข้อต่อสู้ที่มีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่มีอยู่ก่อนวันชี้สองสถาน หากไม่มีเหตุขัดข้องอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การในวันนัดชี้สองสถาน เนื้อหาสาระที่ขอแก้ไขมิใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งเป็นข้อต่อสู้ที่มีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่มีอยู่ก่อนจำเลยที่ 1 และที่ 2 อาจยกขึ้นต่อสู้ได้ก่อนวันชี้สองสถาน และจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ระบุอ้างเหตุขัดข้องที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้ก่อนวันชี้สองสถาน คำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 วรรคสอง (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้อันเกิดจากการกระทำละเมิดของนายสมพร สุอุปถัม ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ค้นเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 เป็นเงินจำนวน 742,592 บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า เหตุละเมิดมิได้เกิดจากความผิดของลูกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่เป็นความผิดของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 3 ให้การว่า นายสมพรคนขับรถคันเกิดเหตุมิใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์หากรับผิดก็ไม่เกิน 250,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดชี้สองสถาน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ หนังสือมอบอำนาจไม่ระบุว่าให้ฟ้องต่อศาลใดในความผิดใดนายปริญญา จุฬพันธ์ทอง ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่อาจฟ้องคดีนี้ได้ ขณะเกิดเหตุนายสมพรคนขับรถคันเกิดเหตุ มิใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 และมิได้เป็นฝ่ายประมาท ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องสูงเกินส่วน โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขคำให้การ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า คำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ยื่นในวันนัดชี้สองสถานเนื้อหาสาระที่ขอแก้ไขมิใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งเป็นข้อต่อสู้ที่มีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่มีอยู่ก่อน จำเลยที่ 1 และที่ 2 อาจยกขึ้นต่อสู้ได้ก่อนวันชี้สองสถานและจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ระบุอ้างเหตุขัดข้องที่จำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้ก่อนวันชี้สองสถาน คำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 วรรคสอง(2) ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยตรงกันให้ยกคำร้องนั้นถูกต้องแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2536
บริษัท ถาวร ฟาร์ม จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุนทร การ โยธา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ถาวร ฟาร์ม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุนทร การ โยธา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย วิมลเศรษฐ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชวลิต พรายภู่ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา