⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2724/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ว่าหนี้มีอยู่จริงและลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้นั้น แม้หนี้นั้นจะเป็นหนี้ตามคำประเมินหรือคำพิพากษาแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อพิสูจน์ว่าหนี้ทียื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้นั้นเจ้าหนี้จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ตามคำประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน หรือแม้แต่เป็นหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด ผู้ขอรับชำระหนี้ก็ต้องนำสืบตามข้ออ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.105

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองไว้เด็ดขาดเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินเพิ่ม และค่าภาษีการค้ารวม 6 อันดับจำนวน 2,761,837.51 บาท อันเป็นค่าภาษีอากรของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจิ้นง่วนฮวด ซึ่งลูกหนี้ที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องร่วมรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเสนอความเห็นต่อศาลชั้นต้นว่าเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรรวม 6 อันดับ เป็นเงิน2,761,837.51 บาท เฉพาะหนี้อันดับ 2 เจ้าหนี้ไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนได้ ส่วนหนี้อันดับ 6 เจ้าหนี้ขอเกินมา 9.91 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงเห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้รวม 5 อันดับ คืออันดับที่ 1 และอันดับที่ 3 ถึงที่ 6 รวมเป็นจำนวนเงิน 2,003,051.32 บาทและควรให้ยกคำขออันดับที่ 2 และส่วนที่ขอเกินมา 9.91 บาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อพิสูจน์ว่าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้นั้น เจ้าหนี้จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ตามคำประเมินของเจ้าพนักงานประเมินหรือแม้แต่เป็นหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด ผู้ขอรับชำระหนี้ก็ต้องนำสืบตามข้ออ้าง เจ้าหนี้ไม่นำพยานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนประกอบคำขอรับชำระหนี้อันดับ 2 คดีจึงรับฟังไม่ได้ว่ามีหนี้ตามที่ขอรับชำระหนี้มาในอันดับ 2 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2536 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ เจ้าหนี้ โจทก์ กรมสรรพากร โจทก์ บริษัท อุตสาหกรรม สาม ดาว การ ทอ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท อุตสาหกรรม สาม ดาว การ ทอ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · บุญส่ง วรรณกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 275/2567ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1808/2512ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 44/2549ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา