⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2937/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีล้มละลายโดยอาศัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนหนี้สินที่มีอยู่แล้วในขณะฟ้องคดีก่อนซึ่งโจทก์ชอบที่จะอ้างและนำสืบได้ ถือเป็นฟ้องซ้ำ.

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าจำเลยสามารถชำระหนี้ได้ คดีถึงที่สุด โจทก์ฟ้องคดีล้มละลายนี้โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนหนี้สินของจำเลย แต่เป็นหนี้สินที่จำเลยมีอยู่แล้วในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนซึ่งโจทก์ชอบที่จะอ้างและนำสืบได้ คำฟ้องโจทก์คดีนี้อาศัยข้อเท็จจริงในจำนวนหนี้ของจำเลยที่มีอยู่จริงซ้ำกับคดีก่อนจึงเป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.10 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและสามารถชำระหนี้ทั้งหมดให้โจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ตามที่โจทก์จำเลยไม่โต้แย้งกันว่า เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายแต่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า จำเลยสามารถชำระหนี้ได้ปรากฎตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.6/2533 ของศาลชั้นต้นคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงได้มาฟ้องคดีนี้อีกโดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนหนี้สินของจำเลยมีมากรายและมีจำนวนมากขึ้นจากที่ได้เคยกล่าวอ้างไว้ในฟ้องเดิม คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 6/2533 หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นพิพาทในคดีล้มละลาย คือจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 และ 10 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนหนี้สินที่จำเลยมีอยู่เท่าใด มากล้นพ้นตัวตลอดจนจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้นเป็นภาระของโจทก์จะอ้างและนำสืบ แต่โจทก์ฟ้องคดีล้มละลายที่ ล.6/2533โดยอ้างและนำสืบหนี้สินที่จำเลยมีอยู่แต่เพียงบางส่วน และหนี้สินส่วนที่โจทก์ขอเพิ่มเติมในการฟ้องคดีนี้นั้นล้วนแต่เป็นหนี้สินที่จำเลยมีอยู่แล้วในขณะที่โจทก์ฟ้องและนำสืบในคดีล้มละลายที่ล.6/2533 ซึ่งโจทก์ชอบที่จะอ้างและนำสืบได้แต่โจทก์ก็มิได้กระทำเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาลเอง ดังนี้ จำนวนหนี้สินที่จำเลยมีอยู่จริงเพียงใด จำเลยสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ ทั้งสองคดีที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นประเด็นที่อาศัยข้อเท็จจริงในจำนวนหนี้สินเดียวกัน แต่ด้วยความบกพร่องของโจทก์ในการดำเนินคดีก่อนเป็นเหตุให้ศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นพิพาท โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยสามารถชำระหนี้ได้ และคำวินิจฉัยดังกล่าวนี้ได้ถึงที่สุดแล้ว คำฟ้องโจทก์คดีนี้อ้างเหตุจำนวนหนี้สินเพิ่มเติม เป็นการอาศัยข้อเท็จจริงในจำนวนหนี้สินของจำเลยที่มีอยู่จริงซ้ำกับคดีก่อนจึงเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาต้องตรงกันให้ยกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2536 นาย เสถียร มามุข โจทก์ นาง แพ รวพรรณ สายอินทร์ หรือ ทองคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสถียร มามุข · จำเลย - นาง แพ รวพรรณ สายอินทร์ หรือ ทองคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 3219/2534ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 534/2504ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ