⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3009/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มีฐานะเป็นพ่อค้าตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การซื้อขายผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมป่าไม้จึงมีอายุความ 2 ปี

ย่อคำพิพากษา

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ. 2499มาตรา 6(2) กำหนดให้โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป่าไม้ และมาตรา 7(2) กำหนดว่าเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้โจทก์มีอำนาจรวมถึงค้าผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมป่าไม้ ดังนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายบ้านสำเร็จรูปของโจทก์ย่อมเป็นการประกอบธุรกิจการค้าเช่นพ่อค้าโดยทั่วไป โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นพ่อค้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) เดิม สิทธิเรียกร้องของโจทก์มีกำหนดอายุความ 2 ปี โจทก์อ้างว่าได้ส่งมอบบ้านที่ซื้อขายให้จำเลยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2521 แต่เพิ่งนำมาคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2531 คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าซื้อบ้านสำเร็จรูปที่จำเลยซื้อไปจากโจทก์แล้วยังค้างชำระจำนวน 35,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2521 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 26,250 บาท แก่โจทก์รวมกับต้นเงินเป็น 61,250 บาท และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันจากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าเพื่อหากำไรเช่นเดียวกับพ่อค้าทั่วไป จึงเป็นพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ได้ส่งมอบบ้านให้แก่จำเลยเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2521 ปรากฏว่าบ้านชำรุดจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทำการซ่อมแซม แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยมีสิทธิยึดหน่วงเงินที่ค้างชำระดังกล่าว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์มีสิทธิเรียกค่าสิ่งของที่ส่งมอบให้แก่จำเลยภายในกำหนด 2 ปี นับแต่วันส่งมอบ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ พิเคราะห์แล้วตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ. 2499 มาตรา 6(2) กำหนดให้โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป่าไม้ และมาตรา 7(2) กำหนดว่าเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้โจทก์มีอำนาจรวมถึงค้าผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมป่าไม้ ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร เห็นว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายบ้านสำเร็จรูปของโจทก์ย่อมเป็นการประกอบธุรกิจการค้าเช่นพ่อค้าโดยทั่วไป โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นพ่อค้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(1) เดิม สิทธิเรียกร้องของโจทก์มีกำหนดอายุความ 2 ปีโจทก์อ้างว่าได้ส่งมอบบ้านที่ซื้อขายให้จำเลยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม2521 โจทก์เพิ่งนำคดีมาฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2531คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยและบริการแก่รัฐและประชาชนในบางครั้งโจทก์ประกอบธุรกิจขาดทุนรัฐบาลยังต้องออกเงินช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น จึงไม่เป็นพ่อค้านั้น เห็นว่า การที่รัฐบาลต้องออกเงินช่วยเหลือก็เพื่อให้ธุรกิจของโจทก์อยู่ต่อไปได้ หาทำให้ฐานะของโจทก์เปลี่ยนจากการเป็นพ่อค้าแต่อย่างไร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2536 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โจทก์ นายพูนสวัสดิ์ สุดสวาสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ · จำเลย - นายพูนสวัสดิ์ สุดสวาสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวาณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1000/2496ฎีกา 2133/2531ฎีกา 6320/2541ฎีกา 8498/2540ฎีกา 797/2509ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 2750/2530ฎีกา 728/2529ฎีกา 2874/2535ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 3400/2532ฎีกา 3212/2532ฎีกา 1645/2538ฎีกา 746/2533ฎีกา 3778/2531ฎีกา 757/2510ฎีกา 3563/2526ฎีกา 3823/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา