⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 728/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชำระค่าเช่าซื้อจนครบเมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย ถือเป็นการตกลงให้ผู้เช่าซื้อชำระราคาทรัพย์สินนั้นจนครบถ้วน 2. การฟ้องเรียกราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อที่ทรัพย์สินสูญหาย ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อข้อ 5 กำหนดว่า ในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดแต่ฝ่ายเดียวชำระค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นจนครบ การที่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชำระค่ารถยนต์ที่ค้างตามสัญญาดังกล่าว จึงเป็นการฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระราคาทรัพย์สิ้นที่เช่าซื้อจนครบตามที่ระบุไว้ในสัญญา หาใช่ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 366/2521) ในกรณีฟ้องเรียกราคารถยนต์ที่เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวข้างต้นไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา164 มิใช่อายุความ 2 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.562 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.567 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้เช่าซื้อรถยนต์ดัทสันกระบะของโจทก์ไป ๑ คัน มีจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน ค่าเช่าซื้อเป็นเงิน ๑๓๒,๔๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา ๒๑,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือสัญญาจะผ่อนชำระเป็น ๓๐ งวด ๆ ละ เดือน แต่จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๒๐ ซึ่งจะต้องชำระในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๓ ให้โจทก์เพียง ๒,๑๐๐ บาท ยังขาดอีก ๑,๕๐๐ บาท แล้วผิดนัดตั้งแต่งวดดังกล่าวเป็นต้นมาเกิน ๒ งวดติดต่อกัน เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ จำเลยที่ ๑ ได้นำความไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า รถคันที่เช่าซื้อถูกคนร้ายลักไปเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๔ ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อข้อ ๕ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดฝ่ายเดียวชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์จนครบ เงินค่ารถยังค้างชำระอยู่อีก ๓๗,๙๐๐ บาทจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินค่ารถ ๓๗,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การว่า สิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างทั้งหมดเริ่มแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๓ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๖ เกิน ๒ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดตามฟ้องเพราะสัญญาค้ำประกันไม่ได้ระบุไว้ชัดว่า ทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหายแล้วจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗ ประกอบด้วยมาตรา ๒๓๘ ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเข่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องจากโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อของจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๓, จ.๔ จำเลยที่ ๑ ชำระเงินในวันทำสัญญาและต่อมาผ่อนชำระเป็นงวดให้โจทก์ครบ ๑๙ งวด แต่งวดที่ ๒๐ ประจำวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๓ ชำระให้โจทก์ไม่ครบถ้วนแล้วไม่ชำระให้โจทก์อีกเลย ยังคงค้างค่าเช่าซื้ออยู่ทั้งหมด ๓๗,๙๐๐ บาทต่อมารถยนต์ที่เช่าซื้อหาย พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาเช่าซื้อข้อ ๕ ซึ่งกำหนดว่า ในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด จำเลยที่ ๑ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดแต่ฝ่ายเดียวชำระค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นจนครบ การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่ารถยนต์ที่ค้างตามข้อสัญญาดังกล่าวจำนวน ๓๗,๙๐๐ บาท จึงเป็นการฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อจนครบตามที่ระบุไว้ในสัญญา หาใช่ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๖/๒๕๒๑ ระหว่าง บริษัทสยามกลการจำกัด โดยนายพยุง วัฒนสิงหะ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายทองม้วน ธงฤทธิ์หรือธุงฤทธิ์ หรือม้วน ทรงฤทธิ์ กับพวก จำเลย ในกรณีฟ้องเรียกราคารถยนต์ที่เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ มิใช่อายุความ ๒ ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องจากโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้อง และตามสัญญาค้ำประกัน เอกสารหมาย จ.๓, จ.๔ กำหนดว่า ถ้าผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินในความเสียหายใด ผู้ประกันยอมค้ำประกันและรับผิดชอบร่วมกับผู้เช่าซื้อในความรับผิดชอบใช้เงินนั้นทุกประการ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน ๓๗,๙๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามข้อสัญญาในต้นเงิน ๓๗,๙๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๒,๐๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2529 บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายชั้น พูนทวี นายนิคม บุบผาชาติ นายสุนัน ประทีปะเสน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายวิชัย อับดุลเลาะห์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความนายสุนัน - บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายชั้น พูนทวี นายนิคม บุบผาชาติ · โจทก์ - ประทีปะเสน ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายวิชัย อับดุลเลาะห์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสันติ ทักราล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 4082/2530ฎีกา 4873/2528ฎีกา 615/2531ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 991/2548ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 9571/2544ฎีกา 602/2490ฎีกา 746/2533ฎีกา 142/2535ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา