⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3133/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น กฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน และการเป็นสาธารณสมบัติย่อมเป็นไปตามสภาพของทรัพย์สินนั้นเอง

ย่อคำพิพากษา

สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น กฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามสภาพของที่ดินนั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งไม่อาจออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาทและตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 117,122 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอ (ปัจจุบันคืนนายอำเภอ) ที่จะต้องรักษาดูแลที่ดินลำน้ำอันเป็นสาธารณประโยชน์ไม่ให้ผู้ใดทำให้เสียหายหรือกีดกันเอาเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว จำเลยที่ 3 ในฐานะนายอำเภอจึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ปักป้ายที่สาธารณะตลอดจนปักหลักแนวเขตที่พิพาทได้ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.117 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.122

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 79, 80 และ 81ตำบลท่าหมื่นราม (พันชาลี) หมู่ที่ 4(2) อำเภอวังทองจังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่รวม 112 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา เมื่อวันที่19 มกราคม 2532 จำเลยที่ 3 ได้สั่งให้จำเลยที่ 2 นำป้ายมีข้อความว่า "ที่สาธารณะ (หนองลาด)" จำนวน 2 ป้ายไปปักรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเนื้อที่ดินทั้งหมด และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 จำเลยที่ 3 และที่ 4ได้สั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกอีกหลายคนนำหลักไม้จำนวนประมาณ10-15 หลักไปปักเป็นแนวเขตแสดงที่สาธารณะรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์อีกประมาณ 3 ใน 4 ของเนื้อที่ดินทั้งหมด การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันถอนป้ายและหลักไม้แนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินตาม น.ส.3 ของโจทก์ทั้งสามแปลงเป็นที่ดินหนองน้ำสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว จำเลยที่ 1 กับพวกได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 3และที่ 4 ให้นำหลักไม้ไปปักแสดงเขตที่สาธารณะไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ การปักป้ายนั้นมีการสอบสวนและพิสูจน์ว่าเป็นหนองน้ำสาธารณะจริง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ออก น.ส.3 โดยไม่ชอบขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การรวมกันมาว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหนองลาดโดยถูกต้องตามกฎหมายจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้ทำการปักหลักแนวเขตแสดงที่สาธารณะรอบบริเวณหนองลาดจริงและเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่เป็นการละเมิดบุกรุกที่ดินของโจทก์ เนื่องจากหนองลาดเป็นหนองน้ำสาธารณะอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตลอด การที่โจทก์นำที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปออกน.ส.3 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันถอนป้ายและหลักไม้แนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะชื่อหนองลาดที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วและการเป็นหนองน้ำสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้นกฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามสภาพของที่นั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ จับปลาและใช้น้ำร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ขณะที่โจทก์เข้ายึดถือครอบครองที่พิพาทก็ไม่ปรากฏว่ามีการถอนสภาพหนองน้ำสาธารณะดังกล่าว แม้โจทก์จะมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ก็ตามแต่ที่พิพาทก็เป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งไม่อาจออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินได้ โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่พิพาทและตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 117, 122 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะต้องรักษาดูแลที่ดินลำน้ำอันเป็นสาธารณประโยชน์ ไม่ให้ผู้ใดทำให้เสียหายหรือกีดกันเอาเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว จำเลยที่ 3 ในฐานะนายอำเภอจึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ปักป้ายที่สาธารณะตลอดจนปักหลักแนวเขตที่พิพาทได้ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสี่ถอนป้ายและหลักไม้แสดงแนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่พิพาทได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2536 นาย ชาญชัย วงศ์สุนทร โจทก์ นาย ชั้น สุข สวัสดิ์ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชาญชัย วงศ์สุนทร · จำเลย - นาย ชั้น สุข สวัสดิ์ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 1534/2565ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 609/2522ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1409/2494ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา