คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3177/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยที่ฎีกากับจำเลยที่มิได้ฎีกากระทำผิดร่วมกันเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้โทษตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างกำหนดโทษจำเลยหนักเกินไป สมควรกำหนดโทษให้เบาลง และเมื่อจำเลยที่ฎีกากับจำเลยที่มิได้ฎีกากระทำผิดร่วมกันเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้โทษตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์10 ห่อ หนักสุทธิ 2,645.5 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันพยายามส่งเฮโรอีนดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522ข้อ 1(1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91 ริบเฮโรอีนของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิม ขอรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง และมาตรา 65 วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ลงโทษตามมาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52(1) คงจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ริบเฮโรอีนของกลาง
จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำผิด แต่ตามพฤติการณ์ในการกระทำผิด ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายสำคัญซึ่งกระทำเป็นกระบวนการที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสามนั้นหนักเกินไป สมควรกำหนดโทษจำเลยทั้งสามให้เบาลงและเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้โทษตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไว้ตลอดชีวิตจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3177/2536
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย ซามูซิดีน โรติน วา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ซามูซิดีน โรติน วา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา