⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3231/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาต้องพิจารณาอัตราโทษตามกฎหมายสำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดตามฟ้องว่าต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาจากความผิดที่พิจารณาได้ความ.

ย่อคำพิพากษา

การอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้น ศาลจะต้องพิจารณาอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายสำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดตามฟ้องว่าต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ ไม่ใช่ความผิดที่พิจารณาได้ความข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมตามฟ้อง มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาทคดีโจทก์ในข้อหาดังกล่าวจึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจและหนังสือให้ความยินยอมว่าโจทก์ได้มอบอำนาจและยินยอมให้นางยอด ทองศรี ภริยาของโจทก์ขายที่ดินของโจทก์ให้แก่จำเลยและโจทก์ได้รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาจำเลยกับพวกโดยทุจริตได้นำหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมและหนังสือให้ความยินยอมของโจทก์ซึ่งเป็นเอกสารปลอมไปแจ้งและแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงจึงได้จดข้อความอันเป็นเท็จที่จำเลยกับพวกได้แจ้งลงในท้ายหนังสือมอบอำนาจ และบันทึกถ้อยคำรับรองหนังสือมอบอำนาจและบันทึกถ้อยคำซึ่งเป็นเอกสารราชการอันมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินและได้รับจดทะเบียนการขายที่ดินให้แก่จำเลยไป การกระทำของจำเลยน่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ เจ้าพนักงานที่ดินและประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 267, 268, 90, 91 และ 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารธรรมดาไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) ข้อหาตามฟ้องจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมและใช้หนังสือมอบอำนาจและหนังสือให้ความยินยอมทำนิติกรรมอันเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและเอกสารธรรมดา แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 267,268, 83, 90, 91 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์เฉพาะข้อหาปลอมและใช้หนังสือมอบอำนาจปลอม ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมเห็นว่า การอุทธรณ์คดีอาญาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ศาลจะต้องพิจารณาอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย สำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดตามฟ้องว่า ต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ ไม่ใช่ตามความผิดที่พิจารณาได้ความสำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมตามฟ้องมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือน ถึงห้าปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท คดีโจทก์ในข้อหาดังกล่าวจึงไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ทวิ พิพากษายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2536 นาย เทา ทอง สี หรือ ทอง ศ รี โจทก์ นาง อม รรัตน์ วิริยะธำรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เทา ทอง สี หรือ ทอง ศ รี · จำเลย - นาง อม รรัตน์ วิริยะธำรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1603/2511ฎีกา 255/2529ฎีกา 17579/2555ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3935/2550ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1113/2510ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3535/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา