คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จของจำเลยในคดีแพ่งที่เกี่ยวกับข้อสำคัญในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท ถือเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีแพ่ง เรื่องฟ้องหย่า ซึ่งมีข้อสำคัญในคดีว่าโจทก์จงใจละทิ้งร้างส.สามีโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปีตามที่ส.อ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าหรือไม่โจทก์ได้บรรยายรายละเอียดข้อความที่จำเลยเบิกความ กับบรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร และคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีโดยกล่าวว่าศาลได้เชื่อคำเบิกความของจำเลยว่าโจทก์ได้จงใจละทิ้งร้าง ส. ไปเกินกว่า1 ปีจริง และพิพากษาให้หย่ากัน อันเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นว่า คำเบิกความเท็จของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรแล้ว ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เบิกความเป็นพยานโจทก์ในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 166/2529 ของศาลชั้นต้นระหว่างนายสาธิต นรสีห์ โจทก์ นางเริงฤดี นรสีห์จำเลย เรื่องฟ้องหย่า โดยจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จมีข้อความว่า "ข้าฯ ไปมาหาสู่กับโจทก์เสมอ เมื่อปลายปี 2525 ก็ปรากฏว่าจำเลยหายไป ไม่ได้พบกับจำเลยอีกจนปัจจุบันนี้" คำเบิกความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีเพราะเป็นเหตุให้ศาลเชื่อว่าโจทก์จงใจละทิ้งร้านนายสาธิตสามีโจทก์ โดยหนีออกจากบ้านไปไม่ทราบที่อยู่เป็นเวลากว่า5 ปีแล้ว ซึ่งเป็นเหตุหย่าตามที่นายสาธิตอ้างด้วยคำเบิกความเท็จของจำเลยทำให้ศาลพิพากษาให้นายสาธิตและโจทก์หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน แต่ความเป็นจริงนายสาธิตได้ส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์ตลอดมา และโจทก์มิได้ละทิ้งร้างนายสาธิต โดยหนีออกจากบ้านไปแต่ประการใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยข้อแรกว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) หรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 166/2529 ของศาลชั้นต้น ระหว่างนายสาธิต นรสีห์ โจทก์ นางเริงฤดี นรสีห์จำเลย เรื่องฟ้องหย่า ซึ่งมีข้อสำคัญในคดีว่า โจทก์จงใจละทิ้งร้างนายสาธิตไปเกินกว่า 1 ปี หรือไม่ โจทก์ได้บรรยายรายละเอียดข้อความที่จำเลยเบิกความ กับบรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร และคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีโดยกล่าวว่าศาลได้เชื่อคำเบิกความของจำเลยว่าโจทก์ได้จงใจละทิ้งร้างนายสาธิตไปเกินกว่า 1 ปีจริง และพิพากษาให้หย่ากัน อันเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นว่าคำเบิกความเท็จของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรแล้ว ฟ้องโจทก์ จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2536
นาง เริงฤดี นรสีห์หรือสำเริง โจทก์
นาย ถวิล ทีปังกร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง เริงฤดี นรสีห์หรือสำเริง · จำเลย - นาย ถวิล ทีปังกร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา