⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3577/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3577/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใด โดยอ้างอิงถึงกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจกฎหมายนั้น และได้แนบสำเนาของกฎกระทรวงหรือประกาศดังกล่าวมาท้ายฟ้องด้วย ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว แม้จะไม่ได้บรรยายถึงรายละเอียดการปิดประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องมาชัดเจน และได้แนบสำเนาประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาท้ายฟ้องด้วยประกาศนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลใช้บังคับแล้ว จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วที่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จากที่ใดนำประกาศดังกล่าวไปปิดประกาศไว้สถานที่เกิดเหตุในคดีนี้ หรือไม่ อย่างไรแต่เมื่อใดนั้นหาใช่ข้อสาระสำคัญที่โจทก์ต้องบรรยายไว้ในฟ้องไม่ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 158(5) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 47, 48, 51, 72 ทวิ, 74, 74 จัตวา, 75 ริบไม้สักแปรรูปของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมายด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 47, 48, 51, 72 ทวิ, 74, 74 จัตวา, 75ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ริบของกลาง ที่โจทก์ขอให้จ่ายสินบนนำจับนั้น ศาลมิได้ลงโทษปรับ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเพียง 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยมีผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาเป็นประการแรกว่า ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)เพราะโจทก์มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ให้จังหวัดใดกำหนดเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และมิได้บรรยายว่าได้นำประกาศดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่เท่าไร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใดก่อนหรือหลังวันจับกุมจำเลย อีกทั้งยังไม่ได้บรรยายด้วยว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จากที่ใดนำประกาศดังกล่าวไปปิดประกาศไว้ยังสถานที่เกิดเหตุในคดีนี้หรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อใด เป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาของโจทก์ได้ดี คำฟ้องของโจทก์จึงมิชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาได้พิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่าข้อที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกานั้น โจทก์ได้บรรยายมาชัดเจนอยู่แล้วในฟ้อง อีกทั้งได้แนบสำเนาประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ลงวันที่ 3พฤศจิกายน 2499 มาท้ายฟ้องด้วย ซึ่งในประกาศนั้นให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่จังหวัดทุกจังหวัด โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้ประกาศนี้มีผลใช้บังคับมาแต่ พ.ศ. 2500แล้ว จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จากที่ใดนำประกาศดังกล่าวไปปิดประกาศไว้สถานที่เกิดเหตุในคดีนี้หรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อใดนั้น หาใช่ข้อสาระสำคัญที่โจทก์จำต้องบรรยายไว้ในฟ้องไม่ ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาเป็นประการสุดท้ายว่า ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบาและขอให้รอการลงโทษจำคุกไว้นั้น เห็นว่า แม้ไม้สักแปรรูปของกลางจะมีจำนวนถึง 78 แผ่นก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่ามีปริมาตรเพียง 0.23ลูกบาศก์เมตร ประกอบกับได้ความว่าจำเลยประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ อีกทั้งยังมีครอบครัวแล้วโดย มีบุตรอยู่ในอุปการะถึง 4 คนด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนทั้งนั้นและไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลฎีกาเทียบเคียงพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับฐานะของจำเลยแล้ว เห็นว่า การที่จะให้โอกาสจำเลยสักครั้งหนึ่งเพื่อที่จะให้โอกาศจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำคุกไว้จะเป็นผลดีแก่สังคมมากกว่าจะลงโทษจำคุกจำเลยไปเสียทีเดียว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นแต่เห็นสมควรวางโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้จ่ายสินบนนำจับตามฟ้องโจทก์ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด2 ปี กับให้ปรับจำเลย 30,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 คงปรับจำเลย 15,000 บาท และให้จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 74 จัตวา กึ่งหนึ่งไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3577/2536 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย ตะ แซ่ ตัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย ตะ แซ่ ตัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ