⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3582/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3582/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นคำสั่งชี้ขาดคดีมีผลเป็นคำพิพากษาตามกฎหมายล้มละลาย และศาลต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายทันทีเมื่อเจ้าหนี้มีมติขอให้ล้มละลาย แม้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินเป็นการด่วน ดังนั้น หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รายงานว่าเจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว แม้คำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตามศาลชั้นต้นก็ต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 ทันที คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเป็นคำสั่งชี้ขาดคดีมีผลเป็นคำพิพากษาตามความในพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 6 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้จนกว่าศาลฎีกาจะได้ชี้ขาดตัดสินเรื่องทีจำเลยฎีกาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จึงเป็นคำสั่งหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว คำสั่งดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งในระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.6 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.13 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.61 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมากจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย จำเลยยื่นคำร้องขอให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้จนกว่าศาลฎีกาจะได้ชี้ขาดตัดสินเรื่องคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่ง ศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปโดยไม่ต้องรอการพิพากษาคดีของศาลฎีกาจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่าเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายทันทีหรือไม่และหากศาลชั้นต้นสั่งให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้จนกว่าศาลฎีกาจะได้ชี้ขาดตัดสินเรื่องที่จำเลยฎีกาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาซึ่งจะอุทธรณ์คำสั่งทันทีได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว สำหรับปัญหาข้อแรกที่ว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายทันทีหรือไม่นั้น เห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินเป็นการด่วนดังได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 13 และ 153 ดังนั้น หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า เจ้าหนี้ ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษา ให้จำเลยล้มละลายแล้วแม้คำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด จะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ศาลชั้นต้นก็ต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ตามความใน มาตรา 61 ทันที สำหรับปัญหาข้อสุดท้ายที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้จนกว่า ศาลฎีกาจะได้ชี้ขาดตัดสินเรื่องที่จำเลยฎีกาคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาซึ่งต้อง ห้ามอุทธรณ์คำสั่งทันทีหรือไม่ นั้น เห็นว่า ตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าลักษณะของจำเลยต้องด้วยกฎเกณฑ์ตามกฎหมายที่ศาลจะพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายได้ แต่เหตุที่กฎหมายกำหนดให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเสียชั้นหนึ่งก่อนนั้น ก็เปิดช่องให้จำเลยได้มีโอกาสขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายนั่นเอง ซึ่งถ้าหากไม่มีการประนอมหนี้หรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้แล้ว ศาลชั้นต้นก็ต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความในมาตรา 61 ทันที ดังนั้น คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจึงเป็นคำพิพากษาตามความใน มาตรา 6 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอการพิพากษาให้จำเลยล้มละลายไว้จนกว่า ศาลฎีกาจะได้ชี้ขาดตัดสินเรื่องที่จำเลยฎีกาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จึงเป็นคำสั่งหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว คำสั่งดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งในระหว่างพิจารณาและไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ดังที่จำเลยฎีกา" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3582/2536 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นาย ณ รงค์หรือณรงค์ชัย วิรัตน์โยสินทร์หรือสุริยะณรงค์ชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นาย ณ รงค์หรือณรงค์ชัย วิรัตน์โยสินทร์หรือสุริยะณรงค์ชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1196/2513ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3556/2533ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531ฎีกา 1063/2533ฎีกา 2289/2536ฎีกา 2947/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา