⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 37/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้ ศาลย่อมไม่ต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานจำเลย.

ย่อคำพิพากษา

เกิดเหตุคนร้ายตีผู้ตายในเวลากลางคืน ในที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าจากที่อื่นส่องมาถึงเท่านั้น โจทก์คงมี ว. เป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว เมื่อเกิดเหตุแล้ว ว. ไม่ได้บอกคนอื่นว่าใครเป็นคนทำร้ายผู้ตาย ครั้นเจ้าพนักงานตำรวจไปทำการชันสูตรพลิกศพและสอบปากคำ ว.ว. ก็ไม่ได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจเกี่ยวกับตัวคนร้ายเช่นเดียวกัน จึงไม่น่าเชื่อว่าในที่เกิดเหตุจะมีแสงสว่างพอให้ ว. จำคนร้ายได้ จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้ และไม่ต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยนำสืบมีประโยชน์แก่การพิจารณาลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลย 13 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายทำร้ายนายเฉลิม ชูแก้ว จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสตูล ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2533 นายเฉลิมถึงแก่ความตายมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายวิชัยหรือหนึ่ง บุญรักษา เป็นพยานเบิกความว่าในวันเกิดเหตุเวลา 20 นาฬิกา พยานและนายเฉลิมผู้ตายนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านนายเจ๊ะหนุ่ย ผู้ตายพูดเสียงดัง จำเลยกับพวกซึ่งนั่งดื่มสุราที่ร้านนั้นด้วยแสดงอาการไม่พอใจผู้ตาย หลังจากที่พยานขึ้นไปร่วมหลับนอนกับผู้หญิงในร้านแล้วลงมาไม่พบผู้ตาย ได้ความว่าผู้ตายกลับไปแล้ว พยานจึงเดินตามผู้ตายไปทางแพปลาก็เห็นจำเลยใช้เหล็กสีดำ ๆ คล้ายค้อนตีผู้ตายที่บริเวณศีรษะ เห็นในระยะประมาณ50 เมตร ครั้นพยานเข้าไปใกล้ในระยะ 3 เมตร จำเลยก็ยังตีผู้ตายอยู่ พยานร้องห้าม จำเลยหันหน้ามามองแล้ววิ่งหลบหนีไป ในที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าส่องสว่างไปถึง โจทก์คงมีนายวิชัยเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว ประกอบกับคดีนี้เหตุเกิดในเวลากลางคืน นายวิชัยไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน ตรงที่เกิดเหตุคงมีแสงไฟฟ้าจากอาคารองค์การสะพานปลาส่องมาถึงเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุแล้วนายวิชัยไปเรียกนายเสน่ห์ ขอจิตต์เมตต์ ให้ช่วยพาผู้ตายส่งโรงพยาบาลสตูล นายเสน่ห์ก็เบิกความว่า นายวิชัยไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนทำร้ายผู้ตาย ครั้นนายวิชัยให้นายเสน่ห์ไปตามนายจบให้ไปพบที่โรงพยาบาล นายวิชัยก็เบิกความว่าพยานไม่ได้บอกนายจบว่าใครเป็นคนร้าย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไปทำการชันสูตรพลิกศพและสอบปากคำนายวิชัย นายวิชัยก็เบิกความว่า พยานไม่ได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจเกี่ยวกับตัวคนร้าย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่น่าเชื่อว่าในที่เกิดเหตุจะมีแสงสว่างพอให้นายวิชัยจำคนร้ายได้ ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ตลอดจนชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้ ไม่ต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล โจทก์ นาย ประเสริฐ ศิริพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล · จำเลย - นาย ประเสริฐ ศิริพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ