⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4297/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4297/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคัดค้านวิธีการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ต้องกระทำก่อนการขายทอดตลาดจะสำเร็จบริบูรณ์ หากคัดค้านภายหลังการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้ว การขายทอดตลาดนั้นย่อมเป็นไปโดยชอบ

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8 ถึงที่ 10 โดยวิธีขายรวมกัน การขายแยกเฉพาะที่ดินแปลงที่ 8 อันเป็นแปลงเดียวที่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ย่อมทำให้ที่ดินแปลงที่ 9 และที่ 10 ที่จะขายมีราคาต่ำลงนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์คัดค้านวิธีการขายของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ต้องคัดค้านเสียก่อนการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านภายหลังการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้วการขายทอดตลาดจึงเป็นไปโดยชอบและไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309(1)(ข) ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.309

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมบังคับให้จำเลยทั้งหกชำระเงินจำนวน 664,510.50 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยเพื่อไถ่ถอนจำนอง จำเลยทั้งหกไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินรวม 10 แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 5 เพื่อชำระหนี้ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว และเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์2534 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 3 ถึงที่ 5แปลงที่ 7 และแปลงที่ 8 ให้แก่นางสาวภัทวดี วรรณปักษ์ผู้ซื้อทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้สู้ราคาสูงสุดในราคา 159,000 บาทโดยแยกขายจากที่ดินแปลงอื่น โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินแปลงที่ 8 มีเนื้อที่ดินติดกับที่ดินแปลงที่ 9 และที่ 10 ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาและประกาศขายทอดตลาดพร้อมกัน การที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่รวมขายไปด้วยกันกับที่ดินแปลงที่ 9 และที่ 10 ทำให้ที่ดินทั้งสองแปลงนี้ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ และไม่อาจขายได้ราคาตามที่ควรเป็นการดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309(1)(ข) จึงขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8 และให้ขายใหม่รวมกับที่ดินแปลงที่ 9 และที่ 10 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8 ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8 ไปโดยขัดต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 309(1)(ข) หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีในเรื่องนี้ โจทก์กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดไปโดยไม่ชอบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8ถึงที่ 10 โดยวิธีขายรวมกัน การที่แยกขายเฉพาะที่ดินแปลงที่ 8อันเป็นแปลงเดียวที่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ย่อมจะทำให้ที่ดินแปลงที่ 9 และที่ 10 ที่จะขายมีราคาลดต่ำลง ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์คัดค้านวิธีการขายของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในข้อนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 กำหนดว่าหากทรัพย์สินที่จะขายมีหลายสิ่ง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกันไป แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจจัดสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ สองสิ่งหรือกว่านั้นขึ้นไปรวมขายไปด้วยกันได้เมื่อเป็นที่คาดหมายได้ว่า เงินรายได้ในการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น ดังนั้น เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ขายแยกแปลงไป จึงเป็นการปฏิบัติไปตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งหากโจทก์ไม่เห็นด้วย โจทก์ชอบที่จะร้องคัดค้านไว้ตามนัยแห่งมาตรา 309 วรรคท้าย ซึ่งในประเด็นการคัดค้านนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านหลังการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้ว กรณีไม่ชอบด้วยบทบัญญัติตามมาตรา 309 วรรคท้าย ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้กำหนดให้ขายที่ดินแปลงที่ 8 ไปโดยวิธีขายแยกแปลง และได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปโดยมีผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ซื้อได้ในราคาสูงสุดเป็นเงิน 100,000 บาทนั้น จึงเป็นการขายทอดตลาดโดยชอบ และไม่ขัดต่อมาตรา 309(1)(ข)กรณีไม่มีเหตุจะต้องเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 8นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกคำร้องของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4297/2536 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ ผู้ซื้อ ทรัพย์ โจทก์ นางสาว ภัทวดี วรรณปักษ์ โจทก์ นาย ตัน พุท ธรรม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · โจทก์ - ผู้ซื้อ ทรัพย์ · โจทก์ - นางสาว ภัทวดี วรรณปักษ์ · จำเลย - นาย ตัน พุท ธรรม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7878/2553ฎีกา 7242/2538ฎีกา 1201/2520ฎีกา 265/2538ฎีกา 1990/2515ฎีกา 2238-2240/2548ฎีกา 3384/2535ฎีกา 5289/2551ฎีกา 1974/2535ฎีกา 7338/2545ฎีกา 3800/2551ฎีกา 8694/2549ฎีกา 2962/2529ฎีกา 835/2549ฎีกา 5907/2537ฎีกา 1993/2537ฎีกา 950/2540ฎีกา 7521/2537ฎีกา 4507/2534ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 5739/2534ฎีกา 73/2527ฎีกา 5874/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ